'เอิร์ธ ธนารัตน์' ให้ข้อมูลตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขยายวงกว้าง 19 กระทรวง

“เอิร์ธ ธนารัตน์” ให้ข้อมูลตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขยายวงกว้าง 19 กระทรวง

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมต้องจับตามอง เมื่อล่าสุด “เอิร์ธ ธนารัตน์” ให้ข้อมูลตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขยายวงกว้าง 19 กระทรวง ซึ่งถือเป็นวิกฤตความมั่นคงทางไซเบอร์ของไทยที่น่าตกใจ โดยคุณธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ CEO ของ Dome Cloud ได้เข้าพบเจ้าหน้าที่เพื่อชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับช่องโหว่ของระบบที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยจำนวนมหาศาล

“เอิร์ธ ธนารัตน์” ให้ข้อมูลตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขยายวงกว้าง 19 กระทรวง

การเข้าพบเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการให้ปากคำ แต่เป็นการสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาการรั่วไหลของข้อมูลที่เกิดขึ้น ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง แต่ลามไปถึงระดับกระทรวงและหน่วยงานภาครัฐกว่า 20 แห่ง รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรี ข้อมูลที่หลุดออกไปมีตั้งแต่รูปถ่ายติดบัตรประชาชน ทะเบียนรถ ไปจนถึงข้อมูลสำคัญของบุคคลระดับสูง ซึ่งคุณธนารัตน์ยืนยันว่าสิ่งที่ทำไปทั้งหมดไม่มีเรื่องของเจตนาทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่อยากให้หน่วยงานรัฐตื่นตัวในการป้องกันปัญหาอย่างจริงจัง

เปิดกลวิธีมิจฉาชีพดึงข้อมูลรั่วไหล

จากคำให้การของ “เอิร์ธ ธนารัตน์” ให้ข้อมูลตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขยายวงกว้าง 19 กระทรวง พบว่ามิจฉาชีพไม่ได้ใช้วิธีแฮ็กระบบฐานข้อมูลโดยตรงเหมือนในหนัง แต่ใช้ช่องโหว่จากการที่คอมพิวเตอร์ของเจ้าหน้าที่ติดมัลแวร์ จนทำให้รหัสผ่านหลุด และถูกนำไปใช้สิทธิ์เข้าถึงระบบเพื่อดึงข้อมูลออกมาขายผ่านช่องทาง Dark Web หรือแอปพลิเคชันอย่าง Telegram ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ถูกนำไปต่อยอดให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกลวงเหยื่อได้อย่างแม่นยำ

  • รหัสผ่านหลุด: เกิดจากการติดมัลแวร์บนคอมพิวเตอร์เจ้าหน้าที่
  • การเข้าถึงโดยมิชอบ: มิจฉาชีพใช้ User และ Password ที่ขโมยมาดึงข้อมูลผ่าน API
  • ขายข้อมูลผิดกฎหมาย: ข้อมูลส่วนบุคคลถูกนำไปซื้อขายบนตลาดมืดออนไลน์

ทางด้าน พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1 ได้ออกมาให้ความมั่นใจว่า ขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบ Log File และเร่งปิดช่องโหว่เหล่านี้แล้ว พร้อมฝากเตือนประชาชนว่า หากได้รับโทรศัพท์จากคนแปลกหน้าแล้วมีการอ้างข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้อง อย่าเพิ่งรีบเชื่อเด็ดขาด ให้ตั้งสติและโทรเช็กกับต้นทางโดยตรงเพื่อความปลอดภัย

ในมุมมองของเรา เรื่องนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ทุกหน่วยงานต้องเร่งยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยไซเบอร์ ไม่ใช่แค่การปิดเว็บไซต์ชั่วคราวแล้วจบไป แต่ต้องมองไปถึงการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ให้เข้มงวดมากขึ้น หากรัฐบาลไม่เปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเก็บข้อมูลเกินความจำเป็นและปรับปรุงระบบไอทีให้ทันสมัย ประชาชนไทยจะยังคงเป็นเหยื่อของการถูกขายข้อมูลไปอีกนาน

ที่มา – “เอิร์ธ ธนารัตน์” ให้ข้อมูลตำรวจไซเบอร์ พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ขยายวงกว้าง 19 กระทรวง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: