ไม่พบหัวข้อ

แฟรงโก บาเรซี ตำนาน AC Milan และทีมชาติอิตาลี เสียชีวิตในวัย 66 ปี

แฟรงโก บาเรซี ตำนาน AC Milan และทีมชาติอิตาลี เสียชีวิตในวัย 66 ปี

โลกฟุตบอลต้องพบกับข่าวเศร้าอีกครั้ง เมื่อมีการยืนยันว่า แฟรงโก บาเรซี ตำนาน AC Milan และทีมชาติอิตาลี เสียชีวิตในวัย 66 ปี ซึ่งนับเป็นการสูญเสียบุคลากรระดับตำนานที่แฟนบอลทั่วโลกต่างโศกเศร้า สโมสรปีศาจแดงดำได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง โดยระบุว่าแบบอย่างและความซื่อสัตย์ของอดีตกัปตันทีมผู้นี้จะถูกตราตรึงอยู่ใน DNA ของสโมสรตลอดไป

อาลัย แฟรงโก บาเรซี ตำนาน AC Milan และทีมชาติอิตาลี เสียชีวิตในวัย 66 ปี

ตลอดระยะเวลา 20 ปีในอาชีพนักฟุตบอล บาเรซีรับใช้สโมสรเอซี มิลานเพียงสโมสรเดียว ตั้งแต่ปี 1977 จนถึงปี 1997 เขานำทีมคว้าแชมป์กัลโช่ เซเรียอา ถึง 6 สมัย และถ้วยยุโรปหรือยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก อีก 3 สมัย บาเรซีได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในกองหลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เขาทำหน้าที่กัปตันทีมมิลานนานถึง 15 ฤดูกาล ลงสนามไปถึง 719 นัด และทำประตูได้ 33 ประตู

เกียรติประวัติอันน่าจดจำของ แฟรงโก บาเรซี ตำนาน AC Milan และทีมชาติอิตาลี เสียชีวิตในวัย 66 ปี

ในนามทีมชาติอิตาลี เขาติดธงรับใช้ชาติไปทั้งหมด 81 นัด และเป็นกำลังสำคัญในชุดที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 1982 นอกจากนี้เขายังเป็นหัวใจสำคัญในแนวรับในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1994 อีกด้วย สำหรับเส้นทางหลังแขวนสตั๊ด เขาได้รับเกียรติให้เป็นรองประธานกิตติมศักดิ์ของสโมสรในปี 2020 และสโมสรยังตัดสินใจรีไทร์เสื้อหมายเลข 6 ซึ่งเป็นหมายเลขระดับตำนานของเขาเพื่อเป็นเกียรติแก่ความทุ่มเทที่มีต่อทีมตลอดหลายทศวรรษ

หากย้อนกลับไปถึงช่วงชีวิตสุดท้าย บาเรซีเข้ารับการผ่าตัดเพื่อนำก้อนเนื้อในปอดออกเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 และปรากฏตัวต่อสาธารณชนครั้งสุดท้ายในงานพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวที่สนามซานซิโรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา การจากไปของเขาไม่เพียงแต่ทิ้งความเสียใจให้กับครอบครัว แต่ยังเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการลูกหนังโลกที่มียอดนักเตะระดับยอดฝีมือได้ลาจากเราไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ

เราขอร่วมไว้อาลัยแด่การจากไปของสุดยอดกองหลังผู้เป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งและสง่างาม ขอให้ตำนานบทนี้ถูกจดจำตลอดไปในใจของแฟนบอลมิลานและแฟนบอลทั่วโลก

ที่มา – ไม่พบหัวข้อ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: