เชื่อว่าหลายคนคงได้รับทราบข่าวการเคลื่อนไหวที่น่าอนุโมทนาบุญอย่างยิ่ง เมื่อ พลเอกบุญสิน พาดกลาง หรือที่เรารู้จักกันในนาม “แม่ทัพกุ้ง” ได้ตัดสินใจเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์เพื่ออุทิศตนศึกษาพระธรรมวินัย โดยมีจุดประสงค์อันยิ่งใหญ่ในการอุทิศส่วนกุศลให้กับเหล่านักรบผู้กล้าและพี่น้องประชาชนที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติบ้านเมือง
“แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ”
การตัดสินใจอุปสมบทครั้งนี้ของ “แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ” ณ วัดป่าศรีคุณาราม ถือเป็นเรื่องราวที่สร้างความประทับใจให้กับคนไทยเป็นอย่างมาก ท่านได้เผยความตั้งใจจริงที่อยากจะตอบแทนคุณแผ่นดินด้วยการละทิ้งทางโลกชั่วคราวเพื่อทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและส่งผลบุญไปถึงดวงวิญญาณของผู้ที่พลีชีพในสมรภูมิชายแดนไทย-กัมพูชาและเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมา
เบื้องลึกความตั้งใจของ “พระบุญสิน โชติปัญโญ”
ก่อนหน้านี้ไม่นาน พลเอกบุญสิน พาดกลาง ได้เข้ากราบลา พระเทพวัชรธรรมโสภณ (หลวงปู่ศิลา) เพื่อขออุปสมบท โดยหลวงปู่ได้เมตตามอบผ้าไตรและอัฐบริขารให้ ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ท่านตั้งใจจะปฏิบัติธรรมอย่างเคร่งครัดตลอด 1 พรรษา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและอุทิศให้แก่ทหารกล้าอย่างแท้จริง
เหตุผลที่ลึกซึ้งในการตัดสินใจครั้งนี้ประกอบด้วย:
- เพื่อแสดงความเคารพต่อการเสียสละของทหารและประชาชนที่ปกป้องผืนแผ่นดินไทย
- เพื่อศึกษาพระธรรมวินัยและขัดเกลาจิตใจตามแนวทางพระพุทธศาสนา
- เพื่อขออโหสิกรรมต่อสิ่งที่เคยล่วงเกินบุคคลอื่นทั้งทางตรงและทางอ้อม
นอกจากนี้ ในเพจ “FC แม่ทัพกุ้ง พลเอกบุญสิน พาดกลาง” ยังได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศการบวชที่เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยความศรัทธา โดยท่านได้ฝากข้อความกราบขออโหสิกรรมกับทุกท่านที่เคยได้ล่วงเกิน ทั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม ทำให้เห็นถึงความอ่อนน้อมและการเป็นแบบอย่างของผู้นำที่มีจิตใจงดงาม
บทเรียนที่เราได้รับจากกรณี “แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ” ในครั้งนี้ คือการตระหนักถึงคุณค่าของการเสียสละ แม้ในยามมียศถาบรรดาศักดิ์สูงสุด ก็สามารถวางลงได้เพื่อแสวงหาทางแห่งความสงบและทำประโยชน์ให้แก่ผู้ที่จากไป การอุปสมบทเป็นกุศโลบายที่ดีในการระลึกถึงผู้กล้าที่เสียสละเพื่อชาติ ให้เราในฐานะลูกหลานไทยต้องไม่ลืมพวกเขาเหล่านั้น
ที่มา – “แม่ทัพกุ้ง” บวชอุทิศแด่ทหารกล้า 1 พรรษา ได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ”




