กรณีแม่พลทหารคาใจ ลูกชายป่วยตายค่ายทหารกำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่สร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมไทยอีกครั้ง เรื่องราวของพลทหารใหม่ที่ฝึกทหารได้ไม่ถึงเดือน แต่กลับมีอาการป่วยหนัก หูเป็นหนอง เดินเซ จนกระทั่งเสียชีวิตอย่างน่าเศร้าในค่ายทหาร สร้างคำถามใหญ่หลวงถึงระบบการฝึกและการดูแลสุขภาพของทหารเกณฑ์
แม่พลทหารคาใจ ลูกชายป่วยตายค่ายทหาร
วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 น.ส.นิชนันท์ วังคะฮาต อดีตผู้สมัคร ส.ส.ชลบุรี พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเพจ “น้ำ-นิชนันท์ วังคะฮาต-Nitchanan” เผยแพร่เรื่องราวเคสใหม่จากกองทัพอากาศ กองพันทหารอากาศโยธิน 1 ดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยผู้เสียชีวิตคือ พลทหารพฤษภา วิมุตติธรรมชัย หรือ “น้องไดมอนด์” อายุ 21 ปี ผลัด 1/2568 ภูมิลำเนาจังหวัดอุบลราชธานี
น้องไดมอนด์จบ ม.3 แล้วประกอบอาชีพค้าขายกาแฟกับแฟนสาว ไม่ได้เรียนต่อมัธยมปลายหรือ ร.ด. พออายุครบ 21 ปี จึงเข้ารับเกณฑ์ทหาร จับใบแดงเข้าประจำการกองทัพอากาศตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 เขาเป็นลูกชายคนโตในครอบครัวที่มีพ่อแม่รับราชการ ลูกชาย 2 คน โดยน้องเป็นคนร่าเริง สุภาพ รักสุขภาพ ใส่ใจแคลอรีอาหารการกิน
ครั้งแรกที่แม่มาเยี่ยม แม่พลทหารคาใจ ลูกชายป่วยตายค่ายทหารเริ่มชัด
หลังฝึกครบ 1 เดือน มีวันให้ผู้ปกครองเยี่ยม แม่ตกใจสภาพลูกชายที่เปลี่ยนไป จากคนคุยเก่งร่าเริง กลายเป็นเงียบขรึม กอดแม่แน่น บอกรักแม่ (ซึ่งปกติไม่เคยทำ) และบอกว่า “ฝึกหนัก จะตายที่นี่หรือเปล่าไม่รู้” แม้แม่ถาม แต่ลูกไม่ยอมบอก น้องโทรตามให้แม่มาเยี่ยมวันถัดไปอีก
วันต่อมา น้องเล่าว่าเดินเซ ทรงตัวไม่อยู่ระหว่างฝึก เพื่อนหัวเราะมองเป็นตัวตลก ครูฝึกไม่ให้พัก ต้องฝึกต่อ บอกแม่ว่า “คนไม่สบายไม่ให้พักจะหายได้อย่างไร สงสัยจะตายที่นี่แหละ” แม่ปลอบแต่ไม่กล้าคุยกับหน่วยเพราะลูกเพิ่งมาใหม่
อาการหนักขึ้น: หูหนองไหล เพื่อนได้กลิ่น หมอให้แต่ยาพารา
ต่อมาน้ำหนองไหลจากหูไม่หยุด มีอาการเซตลอด ธุรการค่ายยังจำได้ว่า “น้องคนที่เดินเซ” และเคยมีคลิปแต่ลบไปแล้ว น้องไปหาหมอในค่าย ได้ยาพาราเซตามอลและยาหยอดหู ไปซ้ำก็ได้ยาเดิม น้องบอกแม่ “จะหายได้อย่างไร ไม่ได้รักษาจริงจังที่โรงพยาบาล” แต่ครูฝึกไม่ให้พักที่หน่วยแพทย์ สั่งให้นอนเปลใต้อาคารฝึกต่อ
- น้ำหนองไหลจากหูตลอด เพื่อนได้กลิ่นเหม็น
- หมอในค่ายรักษาแบบผิวเผิน ไม่ส่งโรงพยาบาลใหญ่
- ครูฝึกไม่สนใจอาการป่วย สั่งฝึกตามปกติ
วันสุดท้าย: ตกเปล ครูฝึกสั่งปล่อย ส่ง รพ. สมองตาย
วันที่เสียชีวิต น้องตกจากเปล เพื่อนช่วยแต่ครูฝึกสั่ง “ไม่ต้องยุ่ง ปล่อยเขา” แล้วให้ฝึกต่อ ฝึกเสร็จเพื่อนมาดู พบไม่มีชีพจร ปั๊มหัวใจ ส่งโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช หมอบอกไม่มีชีพจร โอกาสรอด 0.01% อาจเป็นเจ้าหญิงนิทรา แม่รักลูกสุดหัวใจ ขอให้ผ่าตัด แต่สมองตายแล้ว น้องอยู่ได้อีก 1 เดือน เสียชีวิตวันที่ 1 กรกฎาคม 2568 พอตรงกับเหตุปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่อุบลฯ
น่าเศร้าที่น้องมีลูกชายเพิ่งเกิด แฟนตั้งครรภ์ 4 เดือนตอนน้องไปเกณฑ์ แม่คาใจกระบวนการรักษาและการฝึก ทำเอกสารร้องเรียน 69 หน้า ทวงเงินช่วยเหลือ 42,000 บาท (ค่าทำศพ 12,000 + ค่าเสียชีวิต 30,000) ได้รับช้ากลางม.ค.2569 แต่จัดงานศพเองหมด 58,000 บาท
กรณีแม่พลทหารคาใจ ลูกชายป่วยตายค่ายทหารนี้ ชี้ให้เห็นปัญหาโครงสร้างการฝึกทหารเกณฑ์ที่อาจละเลยสุขภาพพลทหารใหม่ ควรมีระบบตรวจสุขภาพเข้มงวด ส่งรักษาทันท่วงที และให้ครูฝึกใส่ใจอาการผิดปกติมากขึ้น เพื่อป้องกันโศกนาฏกรรมซ้ำซาก
คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? ระบบฝึกทหารไทยควรปรับปรุงอย่างไรเพื่อปกป้องชีวิตพลทหารรุ่นใหม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความเพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง!
ที่มา – แม่พลทหาร คาใจ ลูกชายฝึกทหารใหม่ได้ไม่ถึงเดือนป่วย จนอาการบานปลายเสียชีวิตในค่ายทหาร


