กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าของคดีฮั้วเลือก สว. ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า คดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสังคมในทุกๆ วัน แต่ไม่ว่าจะมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวหรือการแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ กกต. ยังคงยึดมั่นในกระบวนการพิจารณาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ
กระบวนการยุติธรรมที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงกระเพื่อมทางสังคม
การที่ “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน ยังสะท้อนให้เห็นว่า กกต. แยกแยะความแตกต่างระหว่าง “ความเห็น” กับ “พยานหลักฐาน” ได้อย่างชัดเจน โดยนายแสวงระบุว่า:
- กฎหมายเป็นที่ตั้ง: กกต. ทำงานตามความถูกต้องของกฎหมาย ไม่ใช่ทำตามความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
- พยานหลักฐานคือหัวใจสำคัญ: การตัดสินใจในคำวินิจฉัยทุกเรื่องมีที่มาที่ไปจากข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ ไม่ใช่ตัดสินด้วยความรู้สึก
- การเปิดรับฟังเป็นสิทธิเสรีภาพ: การวิพากษ์วิจารณ์หากไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่กระบวนการสำนวนของ กกต. จะเดินหน้าตามขั้นตอนที่วางไว้
สำหรับกรอบเวลาในการพิจารณานั้น กกต. คาดการณ์ว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยเหลือการประชุมพิจารณาอีกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ส่วนกรณีผู้ถูกกล่าวหาฟ้องร้องผู้ที่นำข้อมูลไปเปิดเผยนั้น ถือเป็นเรื่องการรักษาสิทธิส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสำนวนคดีที่ กกต. กำลังดำเนินการอยู่แต่อย่างใด
ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการพิจารณาด้วยความเข้าใจว่ากระบวนการยุติธรรมต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสที่สุดแก่ทุกฝ่าย ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสสังคม แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีนั่นเอง
ที่มา – “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน


