เหตุการณ์ระทึกขวัญเมื่อ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงไปทั่วโลก เมื่อเกิดเหตุการณ์ฝูงโดรนของกองทัพยูเครนบุกโจมตีโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของรัสเซีย โดยเฉพาะเหตุการณ์ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ ที่เกิดขึ้นในช่วงเช้ามืดวันพุธที่ผ่านมา ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่รัสเซียกำลังเปิดฉากงานประชุมเศรษฐกิจระดับนานาชาติ SPIEF ครั้งสำคัญ การโจมตีครั้งนี้ถือเป็นการแสดงศักยภาพทางยุทธวิธีของยูเครนที่สามารถรุกคืบเข้าสู่ดินแดนลึกของรัสเซียได้อย่างแม่นยำ
รายงานระบุว่า แรงระเบิดจากการโจมตีส่งผลให้คลังน้ำมันขนาดใหญ่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงมีความพยายามโจมตีฐานทัพเรือโครนสตัดท์ สร้างความตระหนกให้กับผู้ร่วมงานประชุมเศรษฐกิจกว่า 20,000 คนจากทั่วโลก สำหรับเหตุการณ์ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ ในครั้งนี้ถือเป็นการตอบโต้ที่รุนแรงหลังจากที่รัสเซียได้ระดมยิงขีปนาวุธถล่มเมืองต่างๆ ในยูเครนจนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมาก
ผลกระทบต่อภาพลักษณ์และยุทธศาสตร์ของรัสเซีย
ไม่เพียงแต่เรื่องของความเสียหายทางกายภาพ แต่การที่มีภาพกลุ่มควันดำขนาดใหญ่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าในระหว่างที่กำลังมีงานประชุมระดับโลกได้กลายเป็นภาพลักษณ์ที่รัสเซียไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีกลาโหมยูเครนกล่าวว่า นี่คือการเปิดฉากงานประชุมอย่างไม่เป็นทางการด้วยพลังของโดรน ข้อมูลเบื้องต้นพบว่ามีการสกัดโดรนได้จำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนที่เล็ดลอดผ่านระบบป้องกันภัยทางอากาศเข้าไปสร้างความเสียหายได้จริง
- สนามบินหลักอย่างปูลโกโวต้องสั่งปิดชั่วคราว
- เที่ยวบินกว่า 20 เที่ยวบินได้รับผลกระทบ ต้องยกเลิกหรือเลื่อนเวลา
- โรงงานผลิตอุปกรณ์ระบบควบคุมขีปนาวุธในพื้นที่อื่นก็ตกเป็นเป้าหมายด้วย
สถานการณ์ โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ ในครั้งนี้กำลังเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าการทำสงครามในยุคใหม่ การควบคุมน่านฟ้าและการป้องกันโครงสร้างพื้นฐานพลังงานเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากสำหรับกองทัพรัสเซียเอง ยูเครนกำลังเลือกใช้กลยุทธ์การโจมตีระยะไกลเพื่อกดดันทางเศรษฐกิจและขัดขวางขีดความสามารถทางทหารโดยตรง
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์นี้อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการยกระดับสงครามที่เน้นเป้าหมายทางยุทธศาสตร์ในเชิงลึกมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์จะนำไปสู่การเจรจาหรือการปะทะที่รุนแรงกว่าเดิมคงต้องจับตากันต่อไปอย่างใกล้ชิด เพราะความตึงเครียดที่เกิดขึ้นในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กครั้งนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า ไม่มีพื้นที่ไหนที่ปลอดภัยจากสงครามอีกต่อไป
ที่มา – โดรนยูเครนโจมตีเมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ไฟไหม้คลังน้ำมัน-ฐานทัพ รับงานประชุมเศรษฐกิจใหญ่


