กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ นรต.ภคพงศ์ ตัญกาญจน์ หรือ “น้องเมย” ล่าสุด นายรังสิมันต์ โรม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าหลังการประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ว่าพบความผิดปกติในหลายขั้นตอน
โรม เผย กมธ.กฎหมายฯ พบพิรุธคดีน้องเมย เตรียมเรียกสอบเพิ่ม
ในการประชุมเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ซึ่งมีนายรังสิมันต์เป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องร้องเรียนจากมารดาของน้องเมย โดยนายรังสิมันต์ระบุว่าการดำเนินการของหน่วยงานรัฐในคดีน้องเมยมีข้อสังเกตหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องเอกสารราชการที่ดูมีความไม่ชอบมาพากล ทั้งลายเซ็นของผู้เสียหายที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง หรือการให้ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ที่ไม่ชัดเจน
ไขข้อข้องใจกับความยุติธรรมในคดีน้องเมย
สิ่งที่นายรังสิมันต์ชี้ให้เห็นว่าเป็นเรื่องที่เกินกว่าสามัญสำนึกของวิญญูชนจะรับได้ คือคำวินิจฉัยของคณะกรรมการตำรวจที่ระบุว่า เจ้าหน้าที่ที่ถูกศาลทหารตัดสินจำคุกนั้นเป็นผู้พฤติกรรม “ไม่เสื่อมเสีย” ซึ่งในมุมมองของกรรมาธิการฯ สิ่งนี้ย้อนแย้งกับผลคำพิพากษาอย่างชัดเจน เพราะการทำร้ายร่างกายผู้อื่นย่อมถือเป็นพฤติกรรมที่เข้าข่ายความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง การที่หน่วยงานกล่าวอ้างเช่นนี้จึงสร้างความกังขาให้แก่ครอบครัวผู้เสียหายและสังคมเป็นอย่างมาก
- ความไม่โปร่งใสของการส่งหนังสือสั่งไม่ฟ้องจากอัยการศาลทหาร
- การขาดความชัดเจนเรื่องอวัยวะสำคัญที่หายไปของผู้เสียชีวิต
- ข้อกังขาต่อหลักเกณฑ์การวินิจฉัยความประพฤติของตำรวจในคณะกรรมการสอบสวน
นอกจากนี้ ในส่วนของการดำเนินคดีกับนายแพทย์และนักเรียนเตรียมทหารที่เกี่ยวข้อง นายรังสิมันต์ยังตั้งข้อสังเกตว่าข้อมูลที่สถานีตำรวจภูธรบ้านนาได้รับ อาจยังมีช่องโหว่ โดยคณะกรรมาธิการฯ จะเร่งเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องมาสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อหาความจริงว่าความผิดพลาดที่เกิดขึ้นนั้น เป็นไปโดยความประมาทเลินเล่อหรือมีความจงใจให้เกิดขึ้นกันแน่
การเดินหน้าตรวจสอบของ กมธ.กฎหมายฯ ในคดีน้องเมยครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการตามหาความยุติธรรมให้แก่ครอบครัวตัญกาญจน์เท่านั้น แต่ยังเป็นการรื้อฟื้นระบบการตรวจสอบกระบวนการยุติธรรมของหน่วยงานรัฐให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากขึ้น ซึ่งเราในฐานะประชาชนคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ความกระจ่างที่สังคมต้องการจะปรากฏขึ้นเมื่อใด
ที่มา – “โรม” เผย กมธ.กฎหมายฯ พบพิรุธหลายจุด “คดีน้องเมย” เตรียมเรียกสอบเพิ่ม


