“ไชยชนก” ลุยตัดช่องทางสแกมเมอร์ โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง พบสัญญาณเน็ตล้ำชายแดนกว่า 100 จุด ขู่ผู้ให้บริการเครือข่ายไม่แก้ไขภายใน 3 วัน พักใช้ใบอนุญาต
วันที่ 14 พ.ย. 2568 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตาม พ.ร.ก.ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และการประชุมคณะอนุกรรมการป้องกันการกระทำความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการฯ เข้าร่วมการประชุม
สำหรับประเด็นซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณา ได้แก่ การยกระดับการตรวจสอบและสกัดกั้นบัญชีม้านิติบุคคล ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในส่วนมาตรการ SIM Card ขณะนี้ กสทช. ได้นำมาตรการการจำกัดจำนวนซิมการ์ด ไม่เกิน 5 หมายเลขต่อบุคคล (รวมทุกค่าย) และมาตรการให้ตัวแทนจำหน่าย จะต้องมีการลงทะเบียนในระบบ Dip chip หรือแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยเทียบเท่า เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช. ขณะเดียวกันประชาชนที่ซื้อซิมการ์ดและลงทะเบียนแล้ว แต่ยังไม่มีการใช้งานนั้น ขอให้เปิดใช้งานภายใน 60 วัน โดยหากเกินกำหนด จะต้องมายืนยันตัวตนซ้ำอีกครั้ง

ด้านการปิดกั้นสัญญาณโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตแนวชายแดน ภายหลังการตรวจสอบ พบว่ายังมีสัญญาณล้ำออกไปในชายแดนประเทศเพื่อนบ้าน จำนวนประมาณ 100 จุด โดยแจ้งให้ผู้ให้บริการเครือข่าย (โอเปอเรเตอร์) แก้ไขภายใน 3 วัน ซึ่งหากพบมีสัญญาณล้ำออกไปอีก ให้พักใช้ใบอนุญาตตั้งสถานีฐานนั้นๆ และให้แก้ไขจนกว่าจะแล้วเสร็จ และจัดมาตรการดูแลไม่ให้มีผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ โดยในระยะยาวจะต้องจัดทำแผนปรับปรุงโครงข่ายโทรคมนาคมแนวชายแดน ตามที่ กสทช.กำหนด
ขณะที่มาตรการจำกัดการส่ง SMS และ e-mail แนบลิงก์ ของหน่วยงานรัฐ หน่วยงานอื่นๆ และธนาคาร กระทรวงดีอี เตรียมนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาในสัปดาห์หน้า นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สมาคมธนาคารไทย ยังได้เร่งบูรณาการข้อมูลบัญชี (Account Bureau) ระหว่างธนาคาร เพื่อการเฝ้าระวังและตรวจสอบการเปิดบัญชีของบุคคลที่มีความเสี่ยง รวมทั้งยกระดับการตรวจสอบเข้มข้นในกรณีของการเปิดบัญชีใหม่
ทั้งนี้ที่ประชุมยังได้มีการพิจารณาเบื้องต้นในมาตรการใช้งาน Mobile Banking ซึ่งผู้ใช้งานจะต้องเปิดการระบุตำแหน่ง (Location) ในการทำธุรกรรมการเงิน โดยมาตรการนี้จะต้องคำนึงถึงการไม่ละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งจะมีการจำกัดการเข้าถึงเฉพาะในขณะที่จะต้องใช้เป็นหลักฐาน เมื่อเป็นการก่อเหตุของสแกมเมอร์เท่านั้น
ด้านมาตรการควบคุมดูแลแพลตฟอร์ม ได้มอบหมายให้ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม และสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) หารือเรื่องการยกระดับมาตรฐานการยืนยันตัวตน (KYC) ร่วมกัน รวมถึงการพิจารณาการออกกฎหมายกำกับดูแลแพลตฟอร์ม โดยให้มีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อความเสียหายจากสแกมเมอร์ที่เกิดขึ้นกับประชาชน รวมทั้งมอบหมายให้มีการตรวจสอบคำนิยามของ “การโฆษณา” ในแพลตฟอร์ม หรือเว็บไซต์ Search Engine เพื่อดำเนินการกำหนดมาตรการป้องกันการค้นหา URLs ผิดกฎหมาย
“มาตรการซึ่งที่ประชุมได้มีการพิจารณานั้น ถือว่าเป็นกระบวนการที่มีความสำคัญ เพื่อตัดการเชื่อมโยงช่องทางในการก่อเหตุของสแกมเมอร์ โดยคำนึงถึงสิ่งที่สำคัญ คือการป้องกันไม่ให้สแกมเมอร์สร้างความเสียหายและผลกระทบแก่ประชาชน” นายไชยชนก กล่าว


“ไชยชนก” ลุยตัดช่องทางสแกมเมอร์ โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง
ทำไมต้อง “โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง”?
มาตรการให้ “โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง” เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการหลอกลวงออนไลน์ที่กำลังแพร่หลาย การบังคับให้ผู้ใช้งานเปิดเผยตำแหน่งที่ตั้งขณะทำธุรกรรม จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและระบุตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น เนื่องจากข้อมูลตำแหน่งสามารถใช้เป็นหลักฐานสำคัญในการสืบสวนสอบสวน
นอกจากนี้ มาตรการนี้ยังช่วยลดความเสี่ยงในการถูกหลอกลวง เนื่องจากผู้ใช้งานจะตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์มากยิ่งขึ้น การระบุตำแหน่งยังสามารถช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องของธุรกรรม หากพบว่าตำแหน่งที่ทำธุรกรรมไม่ตรงกับที่อยู่ที่ผู้ใช้งานแจ้งไว้ อาจเป็นสัญญาณของการถูกแฮ็กหรือการโจรกรรมข้อมูล
อย่างไรก็ตาม มาตรการนี้ก็มีข้อกังวลเกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้งาน ดังนั้น การบังคับใช้จึงต้องมีความรอบคอบและคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล โดยจะต้องมีการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลตำแหน่งเฉพาะในกรณีที่จำเป็น และต้องมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลอย่างเข้มงวด
“ไชยชนก” ลุยตัดช่องทางสแกมเมอร์ โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง ถือเป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมออนไลน์ในประเทศไทย แต่การบังคับใช้จะต้องมีความสมดุลระหว่างการรักษาความปลอดภัยและการปกป้องสิทธิส่วนบุคคล เพื่อให้มาตรการนี้เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง
โดยสรุปแล้ว มาตรการ “โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง” มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์ ลดความเสี่ยงในการถูกหลอกลวง และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามและระบุตัวผู้กระทำผิดได้ง่ายขึ้น อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้จะต้องมีความรอบคอบและคำนึงถึงสิทธิส่วนบุคคล เพื่อให้มาตรการนี้เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยั่งยืน การตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมออนไลน์และการมีส่วนร่วมในการรายงานอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้สังคมไทยปลอดภัยจากภัยคุกคามทางออนไลน์
ที่มา – “ไชยชนก” ลุยตัดช่องทางสแกมเมอร์ โอนเงินผ่านแอปพลิเคชัน ต้องระบุตำแหน่ง





