ไซโคลนไวอานู ถล่มเกาะเหนือของนิวซีแลนด์อย่างรุนแรง พัดพาลมกระโชกแรงเกิน 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ฝนตกหนักสะสม และคลื่นทะเลยักษ์ ทำให้ประชาชนนับร้อยต้องอพยพด่วน ไฟฟ้าดับกว่า 5,000 หลัง
ไซโคลนไวอานู ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์
พายุไซโคลนไวอานู หรือ Vaianu ซึ่งมีความรุนแรงระดับ 3 ได้เคลื่อนตัวเข้าถล่มพื้นที่เกาะเหนือของนิวซีแลนด์ สร้างความเสียหายหนักหน่วงจากลมพายุที่พัดกระหน่ำ ฝนที่เทลงมาอย่างไม่ขาดสาย และคลื่นลมทะเลขนาดใหญ่ ทางการต้องประกาศเตือนภัยระดับสีแดงในหลายจังหวัด เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้าย
ลมกระโชกแรงของไซโคลนไวอานูมีความเร็วสูงถึง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเพียงพอที่จะพัดหลังคาบ้านเรือนปลิวว่อนและทำลายโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะบริเวณอ่าวเบย์ ออฟ เพลนตี และโคโรแมนเดิล ที่ได้รับผลกระทบหนักสุด ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ต้องเผชิญกับความเสี่ยงสูงมาก
ผลกระทบหลักจากไซโคลนไวอานู
- ไฟฟ้าดับกว้างขวาง: บ้านเรือนกว่า 5,000 หลังไร้ไฟฟ้าในช่วงแรก แต่เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมแซมและคืนสภาพได้บางส่วนแล้ว
- ฝนตกหนัก: ที่เมืองวองกาเร มีฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน
- คลื่นยักษ์และน้ำทะเลหนุน: คลื่นสูงหลายเมตรซัดเข้าฝั่ง ผสมกับน้ำทะเลหนุนสูง เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมชายฝั่ง
- ความเสียหายโครงสร้าง: ต้นไม้หักโค่น ถนนขาด และอาคารเสียหายบางส่วน
กองกำลังป้องกันประเทศนิวซีแลนด์ถูกระดมเครื่องจักรหนักเพื่อช่วยเหลือการอพยพและกู้ภัย ประชาชนหลายร้อยคนจากพื้นที่เสี่ยงถูกนำตัวไปยังที่พักชั่วคราวที่ปลอดภัย
มาตรการรับมือและคำเตือนจากทางการ
นายมาร์ค มิตเชลล์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉิน กล่าวว่า แม้จะเตรียมการรับมือเต็มที่ แต่โชคดีที่ไซโคลนไวอานูเบี่ยงทางไปทางชายฝั่งตะวันออก ทำให้เมืองอ็อกแลนด์ ซึ่งมีประชากรกว่า 1.8 ล้านคน รอดพ้นจากจุดศูนย์กลางพายุได้อย่างหวุดหวิด "พายุเคลื่อนตัวออกไปทางขอบเกาะและมุ่งตะวันออกมากขึ้น นั่นหมายความว่าเราไม่ต้องเจอกับความรุนแรงเต็มรูปแบบตามคาด" เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม ทางการยังคงเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูงในช่วงบ่ายที่อาจนำไปสู่น้ำท่วมฉับพลันตามชายฝั่ง ประชาชนได้รับคำแนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงและติดตามประกาศอย่างสม่ำเสมอ
เหตุการณ์ไซโคลนไวอานูนี้ชวนนึกถึงพายุไซโคลนกาเบรียลเมื่อปี 2023 ที่คร่าชีวิตผู้คน 11 รายและสร้างความเสียหายมูลค่ามหาศาล ทั้งสองพายุมีลักษณะการเคลื่อนที่คล้ายกัน โดยคาดว่าไซโคลนไวอานูจะผ่านตอนตะวันออกของเกาะเหนือและออกทางอ่าวฮอว์กในช่วงค่ำวันเดียวกัน โชคดีที่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงเปิดรับแจ้งเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ ไซโคลนไวอานูยังเป็นตัวอย่างของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้พายุลูกใหญ่เกิดบ่อยขึ้นในภูมิภาคแปซิฟิก ชาวนิวซีแลนด์ได้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและการเตรียมพร้อมที่ดี หากคุณอาศัยในพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ แนะนำให้ตรวจสอบแผนรับมือส่วนตัว เช่น เตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และวิทยุสื่อสารติดต่อฉุกเฉิน ติดตามข่าวสารล่าสุดจากแหล่งที่น่าเชื่อถือเพื่อความปลอดภัยสูงสุด สถานการณ์แบบนี้เตือนใจเราว่าภัยธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมตัวล่วงหน้าคือกุญแจสำคัญในการลดความสูญเสีย
ที่มา – ไซโคลน “ไวอานู” ถล่มเกาะเหนือนิวซีแลนด์ ลมกระโชกแรง-ฝนตกหนัก สั่งอพยพคนนับร้อย


