“ไตรศุลี ไตรสรณกุล” กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย โต้ผู้สมัครเพื่อไทย เลิกโหนวาทกรรม “งูเห่า” แนะย้อนฟัง “แพทองธาร” เคยเปรียบย้ายพรรคไม่ต่างจากย้ายงาน อัดบริหารงานชายแดนพลาดเอง สส.ในพรรคเลยไม่โหวตนายกฯ ให้ เผย “อนุทิน” ลงพื้นที่ศรีสะเกษ พรุ่งนี้
วันที่ 20 กันยายน 2568 น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงการที่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยในเขต 5 จังหวัดศรีสะเกษ ใช้วาทกรรม “งูเห่า” หาเสียง ว่าเป็นเพียงการสร้างกระแสโจมตีฝ่ายตรงข้าม เป็นเพียงการเมืองแบบเก่า ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการทำความเข้าใจปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในพื้นที่
“ประชาชนต้องการนักการเมืองที่แก้ปัญหาได้จริง ไม่ใช่คนที่สร้างวาทกรรมไปวัน ๆ พรรคเพื่อไทยหมดความชอบธรรมไปแล้วตั้งแต่วันที่ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย–กัมพูชา ซึ่งทุกคนเห็นชัดว่า ประชาชนต้องเผชิญกับความเดือดร้อน โดยไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
น.ส.ไตรศุลี กล่าวต่อว่า พรรคภูมิใจไทยทำงานโดยยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง หัวหน้าพรรค นายอนุทิน ชาญวีรกูล ลงพื้นที่ศรีสะเกษและพื้นที่ชายแดนหลายครั้ง ทั้งช่วงวิกฤติไทย–กัมพูชา ที่ได้ไปพบพี่น้องตามศูนย์อพยพ ให้กำลังใจและรับฟังปัญหาอย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยไม่เคยทอดทิ้งประชาชน และในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ย. 68) นายอนุทินจะลงพื้นที่ศรีสะเกษอีกครั้ง เพื่อขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ เคียงข้างผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย ตอกย้ำว่า พรรคไม่ได้ทำงานเฉพาะฤดูเลือกตั้ง แต่พร้อมอยู่กับพี่น้องทั้งในยามปกติและยามวิกฤติ
น.ส.ไตรศุลี กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สมัยยังเคยเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่าการย้ายพรรคของ สส. เหมือนการย้ายงาน เป็นสิทธิของแต่ละคน ว่า เรื่องนี้ชัดเจนอยู่แล้วว่าแม้แต่แกนนำพรรคเพื่อไทยเองยังยอมรับว่าเป็นเรื่องปกติของการเมือง แต่กลับมีผู้สมัครในพื้นที่พยายามใช้คำว่า “งูเห่า” มาโจมตีฝ่ายตรงข้าม ขัดแย้งกับสิ่งที่ผู้นำพรรคตนเองพูดไว้ ขอให้ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยย้อนกลับไปอ่านสิ่งที่หัวหน้าพรรคตนเองให้สัมภาษณ์สื่อด้วย
“พี่น้องชาวศรีสะเกษ ขุนหาญ และภูสิงห์ ต้องตัดสินใจให้ชัด ว่าจะเลือกการเมืองที่มีแต่คำโจมตีฝ่ายตรงข้าม หรือเลือกการเมืองที่สร้างสรรค์ ลงมือทำจริง พรรคภูมิใจไทยพร้อมทำงานเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องทุกคนอย่างแท้จริง” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
พรรคภูมิใจไทยยืนยันว่า การเลือกตั้งซ่อมในวันที่ 28 ก.ย. 68 นี้ คือโอกาสสำคัญของประชาชนที่จะเลือกการเมืองสร้างสรรค์ เพื่อความก้าวหน้า ไม่ใช่การเมืองวาทกรรมที่หมดความชอบธรรมไปแล้ว
“ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ยังเจ็บแค้นกับการที่ สส.พรรคตัวเองไม่ยกมือโหวตเลือกนายกฯของพรรคเพื่อไทย แต่อยากให้หันกลับไปมองตัวเองบ้างว่าที่เขาไม่โหวตให้นั้น เหตุผลสำคัญคือปัญหาชายแดน ที่พรรคเพื่อไทยบริหารงานผิดพลาด สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างสาหัส” น.ส.ไตรศุลี กล่าว
ไตรศุลี โต้เพื่อไทย เลิกโหน “งูเห่า”
ทำไม ‘งูเห่า’ ถึงเป็นประเด็น?
ประเด็นเรื่อง “งูเห่า” ในการเมืองไทยนั้นเป็นสิ่งที่ถูกพูดถึงอยู่เสมอ โดยเฉพาะในช่วงที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง หรือการเลือกตั้ง การกล่าวหาว่านักการเมืองเป็น “งูเห่า” มักจะเกิดขึ้นเมื่อนักการเมืองคนนั้นๆ ย้ายพรรค หรือโหวตสวนมติพรรค ซึ่งมักจะถูกมองว่าเป็นการทรยศต่ออุดมการณ์และประชาชนที่สนับสนุนตนเอง
อย่างไรก็ตาม น.ส.ไตรศุลี มองว่าการใช้คำว่า “งูเห่า” เป็นเพียงวาทกรรมทางการเมืองที่ไม่ได้ช่วยแก้ไขปัญหาที่แท้จริงของประชาชน และเรียกร้องให้ผู้สมัครพรรคเพื่อไทยหันมาให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาของประชาชนอย่างจริงจังมากกว่า
การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่เสมอ การที่นักการเมืองจะย้ายพรรคหรือเปลี่ยนแปลงจุดยืนทางการเมืองนั้นเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่นักการเมืองเหล่านั้นต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก และพร้อมที่จะทำงานเพื่อพัฒนาประเทศชาติอย่างแท้จริง
การกล่าวหาโดยใช้คำว่า “งูเห่า” อาจจะไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดในการแก้ไขปัญหาทางการเมือง การหันมาพูดคุย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ น่าจะเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญมากกว่า
ท้ายที่สุดแล้ว ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่านักการเมืองคนใดที่สมควรได้รับความไว้วางใจ และนักการเมืองคนใดที่ควรจะถูกจดจำในฐานะ “งูเห่า”
ที่มา – “ไตรศุลี” โต้เพื่อไทย เลิกโหนคำว่า “งูเห่า” เหน็บบริหารงานชายแดนพลาดเอง ทำ สส.ไม่โหวตให้


