“ไผ่” ยัน ซีเกมส์ 2025 ต้องเรียกกีฬามวยว่า “Muaythai” นี่คือประเด็นสำคัญที่กำลังเป็นที่พูดถึงในวงการกีฬาไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อประเทศไทยกำลังเตรียมตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 ในปี 2568 ซึ่งจะจัดขึ้นที่กรุงเทพมหานคร บางแสน และหัวหิน เป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นโอกาสในการแสดงศักยภาพของไทย แต่ยังเป็นเวทีสำคัญในการปกป้องเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะกีฬามวยไทยที่เป็นมรดกประจำชาติ
“ไผ่” ยัน ซีเกมส์ 2025 ต้องเรียกกีฬามวยว่า “Muaythai”
นายไผ่ ลิกค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร จากพรรคกล้าธรรม (กธ.) ในฐานะนายกสมาคมกีฬาคิกบ็อกซิ่งแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมกีฬาจังหวัดกำแพงเพชร ได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการประชุมติดตามความคืบหน้าการเตรียมงาน เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 โดยยืนยันว่าในการแข่งขันกีฬามวยของซีเกมส์ 2025 จะต้องใช้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า “Muaythai” เท่านั้น ไม่ควรเปลี่ยนแปลงตามแบบอย่างของประเทศกัมพูชาที่เคยใช้ชื่อ “กุน ขแมร์” ในซีเกมส์ครั้งก่อนหน้า
เหตุผลหลักที่นายไผ่เน้นย้ำคือการปกป้องศักดิ์ศรีและเอกลักษณ์ของกีฬาประจำชาติไทย มวยไทยหรือ Muaythai ไม่ใช่แค่กีฬา แต่เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล มาร่วมหลายศตวรรษแล้ว การเรียกชื่อที่ถูกต้องจะช่วยรักษามาตรฐานและไม่ให้เกิดความสับสนในเวทีนานาชาติ นอกจากนี้ นายไผ่ยังระบุว่าการตัดสินใจนี้จะช่วยเสริมภาพลักษณ์ของไทยในฐานะเจ้าภาพที่ให้ความสำคัญกับมรดกทางวัฒนธรรม
ความสำคัญของ Muaythai ในซีเกมส์ 2025
ในซีเกมส์ 2025 Muaythai จะเป็นหนึ่งในกีฬาหลักที่ดึงดูดนักกีฬาจาก 11 ประเทศอาเซียน โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าแข่งขันมากกว่า 100 คน การจัดการแข่งขันจะจัดขึ้นที่สนามเวทีมวยในกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับกีฬาต่อสู้แบบนี้ นายไผ่ ลิกค์ ยังแสดงความมั่นใจว่าการใช้ชื่อ Muaythai จะช่วยโปรโมตมวยไทยสู่สายตาชาวโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวและผู้สนใจกีฬาที่จะเดินทางมาร่วมงาน
นอกจากประเด็นชื่อเรียกแล้ว นายไผ่ยังพูดถึงความท้าทายอื่นๆ ในการเตรียมงาน โดยเหลือเวลาเพียง 73 วันก่อนพิธีเปิด ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ต้องเร่งรัดในหลายด้าน เช่น พิธีเปิดและปิด การประชาสัมพันธ์ การถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ และการจัดทีมอาสาสมัคร ทั้งหมดต้องเป็นไปตามมาตรฐานสากลเพื่อสมศักดิ์ศรีของไทย
การร่วมมือเพื่อความสำเร็จของซีเกมส์ 2025
นายไผ่ ลิกค์ ยืนยันถึงความพร้อมในการร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การจัดซีเกมส์และพาราเกมส์ครั้งนี้สมบูรณ์แบบ “นี่คือภารกิจที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของคนไทย และเป็นงานระดับนานาชาติ ผมพร้อมจะร่วมมือกับทุกฝ่ายเพื่อให้เกิดความสำเร็จสูงสุด และแสดงศักยภาพของประเทศไทยในสายตาชาวโลก” เขากล่าว นอกจากนี้ ยังมีการหารือเกี่ยวกับปัญหาอื่นๆ เช่น กรณีสหพันธ์เปตองนานาชาติที่สั่งห้ามนักกีฬาไทยเข้าร่วมเนื่องจากปัญหาคุณสมบัติของนายกสมาคม โดยคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทยกำลังเร่งตรวจสอบและหาทางออกร่วมกัน เพื่อให้กีฬาเปตองสามารถแข่งขันได้ตามกำหนด
- การเตรียมสถานที่: กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางหลัก รองรับนักกีฬากว่า 10,000 คน
- งบประมาณ: รัฐบาลจัดสรรเพื่อความสมบูรณ์แบบในทุกด้าน
- การประชาสัมพันธ์: ใช้สื่อดิจิทัลและโทรทัศน์เพื่อดึงดูดผู้ชมทั่วเอเชีย
การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาพื้นที่กีฬาในภูมิภาค โดยเฉพาะจังหวัดกำแพงเพชรที่นายไผ่รับผิดชอบ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกีฬาท้องถิ่นให้ก้าวสู่ระดับสากล นอกจากมวยไทยแล้ว กีฬาอื่นๆ เช่น วอลเลย์บอล ฟุตบอล และยิมนาสติก ก็กำลังเตรียมความพร้อมอย่างเข้มข้น
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การยืนยันชื่อ Muaythai ในซีเกมส์ 2025 จะช่วยยกระดับสถานะของมวยไทยในฐานะกีฬามืออาชีพระดับโลก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ MMA หรือกีฬาต่อสู้อื่นๆ ที่กำลังได้รับความนิยม ไทยควรใช้โอกาสนี้ในการฝึกอบรมโค้ชและนักกีฬาให้มีมาตรฐานสูง เพื่อคว้าเหรียญทองให้มากที่สุด
สุดท้าย การจัดซีเกมส์ 2025 ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นการรวมพลังของคนไทยทั้งชาติ ลองนึกภาพนักกีฬาไทยชูธงชาติพร้อมชื่อ Muaythai ที่ดังก้องเวที นี่คือช่วงเวลาที่เราจะภูมิใจได้อย่างแท้จริง หากคุณเป็นแฟนกีฬา อย่าลืมติดตามข่าวสารและเตรียมตัวไปเชียร์ข้างสนามเพื่อสนับสนุนทีมชาติไทยให้ประสบความสำเร็จ
ที่มา – “ไผ่” ยัน ซีเกมส์ 2025 ต้องเรียกกีฬามวยว่า “Muaythai”


