เกิดเหตุไฟป่าใกล้ปราสาทคนาบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้เกิดเสียงปะทุคล้ายกระสุนปืนเล็กเป็นระยะ สร้างความตื่นตัวให้กับหน่วยงานทหารและประชาชนในพื้นที่ ล่าสุดกองทัพภาคที่ 2 ได้ออกแถลงการณ์แจ้งเตือนสถานการณ์นี้ เพื่อให้ทุกฝ่ายติดตามอย่างใกล้ชิด
ไฟป่าใกล้ปราสาทคนา ฝั่งกัมพูชาเสียงปะทุไม่ขาดสาย
จากรายงานของเพจเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ก.พ. 2569 เวลาประมาณ 21.00 น. เกิดเหตุไฟไหม้ป่าด้านทิศตะวันออกของปราสาทคนา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ฝั่งกัมพูชาใกล้ชายแดนจังหวัดสุรินทร์ของไทย ในระหว่างนั้นมีรายงานเสียงปะทุดังคล้ายกระสุนปืนเล็กดังเป็นระยะๆ
เจ้าหน้าที่คาดการณ์ว่า สาเหตุของเสียงดังกล่าวน่าจะมาจากสรรพาวุธที่หลงเหลือเก่าแก่ในพื้นที่ชายแดน ซึ่งถูกความร้อนจากไฟป่าทำให้เกิดการระเบิดขึ้นเอง พื้นที่ดังกล่าวเคยเป็นสมรภูมิรบในอดีต โดยเฉพาะช่วงสงครามเขมรแดงและความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้มีระเบิด มินส์ และกระสุนปืนฝังตัวอยู่ในดินมานานหลายสิบปี
สาเหตุและความเสี่ยงจากไฟป่าใกล้ปราสาทคนา
ไฟป่าในบริเวณนี้มักเกิดจากปัจจัยธรรมชาติ เช่น ลมแรง ฟ้าผ่า หรือมนุษย์ เช่น การเผาเพื่อเตรียมพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะในฤดูแล้งที่ผ่านมา พื้นที่ชายแดนภาคอีสานเผชิญภัยแล้งรุนแรง ทำให้ไฟลุกลามได้ง่าย เมื่อไฟกระทบวัตถุระเบิดเก่า จะเกิดการปะทุแบบ chain reaction สร้างอันตรายทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน
- ความเสี่ยงหลัก: เสียงปะทุคล้ายยิงปืน ทำให้ประชาชนตื่นตระหนก คิดว่าเป็นการปะทะชายแดน
- ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม: ทำลายป่าไม้ สัตว์ป่า และเพิ่มมลพิษทางอากาศ
- อันตรายต่อเจ้าหน้าที่ดับไฟ: ต้องหยุดปฏิบัติการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย
- ประวัติศาสตร์พื้นที่: ปราสาทคนาหรือ Ta Kan Temple เป็นโบราณสถานเขมรใกล้ปราสาทศรีโคเทะ ไทย อาจกระทบมรดกทางวัฒนธรรม
กองทัพภาคที่ 2 ย้ำให้ประชาชนติดตามข้อมูลจากช่องทางอย่างเป็นทางการเท่านั้น และอยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ หากไฟลุกลามอาจต้องประสานงานข้ามพรมแดนกับกัมพูชาเพื่อดับไฟร่วมกัน
มาตรการป้องกันไฟป่าใกล้ปราสาทคนาในอนาคต
เพื่อลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์เช่นนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเพิ่มมาตรการ ดังนี้
- สำรวจและกำจัดวัตถุระเบิดเก่าในพื้นที่เสี่ยง โดยทีม EOD (หน่วยกำจัดวัตถุระเบิด)
- รณรงค์ไม่เผาป่าในฤดูแล้ง และใช้เทคโนโลยีเฝ้าระวังไฟป่าด้วยโดรนและเซ็นเซอร์
- สร้างแนวกันไฟกั้นบริเวณชายแดน และฝึกอบรมชุมชนในการรับมือภัย
- ความร่วมมือระหว่างไทย-กัมพูชา ภายใต้กรอบ ASEAN เพื่อจัดการปัญหาข้ามแดน
เหตุการณ์ไฟป่าใกล้ปราสาทคนาครั้งนี้เตือนใจให้เราตระหนักถึงความเปราะบางของพื้นที่ชายแดนที่เต็มไปด้วยมรดกสงคราม ในขณะที่โลกกำลังเผชิญวิกฤต气候变化 ไฟป่าจะยิ่งรุนแรงขึ้น การจัดการเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็น
สุดท้ายนี้ ผู้เขียนเห็นว่าสถานการณ์นี้เป็นโอกาสดีในการเร่งรัดโครงการกำจัดระเบิดชายแดน ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว หากคุณอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง โปรดติดตามประกาศจากหน่วยงานราชการ และหลีกเลี่ยงการเข้าใกล้บริเวณไฟป่าเพื่อความปลอดภัย สนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้ชายแดนด้วยการแบ่งปันข้อมูลนี้ให้เพื่อนๆ ทราบนะครับ
ที่มา – เผยเหตุไฟป่าใกล้ “ปราสาทคนา” ฝั่งกัมพูชามีเสียงปะทุ คล้ายกระสุนปืนเล็กเป็นระยะ


