ในที่สุดก็ไม่รอด! ตำรวจสืบสวนภาค 5 ร่วมกับสืบสวนภาค 1 รวบตัว “ท็อป” หัวหน้าแก๊งไทยใหญ่ 999 ผู้โหดเหี้ยมที่ก่อเหตุฟันมือเด็กหญิงวัย 14 ปี ได้แล้ว ที่อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะที่เขากำลังเตรียมการหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา
จากเหตุการณ์อุกอาจที่นายหม่อง และนายท็อป พร้อมพวกรวมเกือบ 20 คน ใช้อาวุธมีดทำร้ายร่างกายเด็กหญิงวัย 14 ปี จนข้อมือขาดสะบั้น อีกทั้งยังมีเพื่อนของผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่ร้านสะดวกซักแห่งหนึ่งบนถนนสันกำแพงสายเก่า ตำบลหนองป่าครั่ง อำเภอเมืองเชียงใหม่ เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 16 กันยายน 2568
ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งดำเนินการติดตามไล่ล่าผู้ก่อเหตุที่เหลืออย่างเข้มข้น จนกระทั่งสามารถจับกุมตัวนายเอ็ม หรือ หม่อง อายุ 25 ปี พร้อมด้วยกลุ่มวัยรุ่นชาวเมียนมาอีกจำนวน 14 คน ซึ่งมีอายุตั้งแต่ 14-31 ปี ทั้งหมดเป็นชาวต่างด้าวและเป็นสมาชิกของแก๊งที่ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมาภายใต้ชื่อแก๊งบัวดำและแก๊ง 999 (อ่านข่าว : แก๊งทรชนเชียงใหม่ ตระเวนล่าอริฟันผิดตัว หมอช่วยเด็กหญิง 14 ปี ต่อแขนสำเร็จ)
ล่าสุด ในวันที่ 21 กันยายน 2568 มีรายงานข่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 และกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ได้ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 1 ในการจับกุมตัว “ท็อป” หัวหน้าแก๊งไทยใหญ่ 999 ผู้เหี้ยมโหดที่ร่วมกันทำร้ายเด็กหญิงวัย 14 ปี อีกครั้ง โดยสามารถจับกุมได้ที่อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา ขณะที่เขากำลังวางแผนหลบหนีข้ามไปยังฝั่งประเทศกัมพูชา
ไม่รอด! จับ “ท็อป” หัวหน้าแก๊งฟันมือเด็กหญิง 14 ปี
การจับกุม “ท็อป” หัวหน้าแก๊งฟันมือเด็กหญิง 14 ปี ในครั้งนี้ ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนถึงความสามารถในการรักษาความสงบเรียบร้อยของสังคม
รายละเอียดการจับกุม “ท็อป” หัวหน้าแก๊งฟันมือเด็กหญิง 14 ปี
ปฏิบัติการจับกุม “ท็อป” หัวหน้าแก๊งฟันมือเด็กหญิง 14 ปี ครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทำงานร่วมกันของตำรวจหลายหน่วยงาน โดยมีการบูรณาการข้อมูลและข่าวสารอย่างใกล้ชิด เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของผู้ต้องหาอย่างต่อเนื่อง
หลังจากที่เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า “ท็อป” ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่อำเภอแปลงยาว จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงได้วางแผนเข้าจับกุมอย่างรัดกุม เพื่อป้องกันการหลบหนีและการต่อสู้ขัดขืน ซึ่งในที่สุดก็สามารถจับกุมตัวได้โดยละม่อม
การสอบสวนเบื้องต้น “ท็อป” ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ร่วมก่อเหตุทำร้ายเด็กหญิงวัย 14 ปีจริง โดยมีสาเหตุมาจากความขัดแย้งส่วนตัวกับกลุ่มของผู้เสียหาย
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงต้องทำการสอบสวนขยายผลเพิ่มเติม เพื่อหาผู้ร่วมขบวนการที่เหลือ และนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดีนี้ถือเป็นอุทธาหรณ์เตือนใจให้กับสังคมว่า การใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาไม่ใช่วิธีที่ถูกต้อง และอาจนำมาซึ่งความสูญเสียและผลกระทบที่ร้ายแรงต่อตนเองและผู้อื่น
ดังนั้น เราจึงควรหันมาใช้สันติวิธีในการแก้ไขปัญหา และร่วมกันสร้างสังคมที่สงบสุขและปราศจากความรุนแรง
ความสำเร็จในการจับกุม “ท็อป” หัวหน้าแก๊งฟันมือเด็กหญิง 14 ปี ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรม และรักษากฎหมายอย่างเคร่งครัด
อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ในการร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการป้องกันอาชญากรรม และส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมในสังคม
เราทุกคนสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่ได้ โดยเริ่มจากการเป็นพลเมืองที่ดี เคารพกฎหมาย และไม่สนับสนุนการกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ
ที่มา – ไม่รอด จับ “ท็อป” หัวหน้าแก๊งฟันมือเด็กหญิง 14 ปี คาดเตรียมหนีไปกัมพูชา

