ไลล์ ฟอสเตอร์ กองหน้าเบิร์นลีย์ ติดทีมชาติแอฟริกาใต้ลุยบอลโลก
แฟนบอลชาวไทยหลายคนน่าจะตื่นเต้นไม่น้อย เมื่อมีการประกาศรายชื่อผู้เล่นชุดลุยศึกฟุตบอลโลกครั้งล่าสุดนี้ โดยไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ ไลล์ ฟอสเตอร์ กองหน้าเบิร์นลีย์ ติดทีมชาติแอฟริกาใต้ลุยบอลโลก อย่างเป็นทางการ ซึ่งถือเป็นครั้งสำคัญที่ทัพ “บาฟาน่า บาฟาน่า” จะกลับมาสร้างสีสันในทัวร์นาเมนต์นี้อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานตั้งแต่ปี 2010
การเรียกตัวครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก เพราะ Hugo Broos กุนซือชาวเบลเยียมวัย 74 ปี ตัดสินใจเลือกนักเตะที่ค้าแข้งในลีกแอฟริกาใต้เป็นหลักถึง 19 คน แต่ไลล์ ฟอสเตอร์ กลับเป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่มาจากลีกต่างแดน ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่าเขามีความสำคัญต่อทีมชาติมากแค่ไหนในเวทีระดับโลกที่กำลังจะมาถึง
ไลล์ ฟอสเตอร์ กองหน้าเบิร์นลีย์ ติดทีมชาติแอฟริกาใต้ลุยบอลโลก
เส้นทางของแอฟริกาใต้ในครั้งนี้ไม่ง่ายเลย เพราะพวกเขาต้องเจอกับศึกหนักในกลุ่ม A โดยจะเริ่มประเดิมสนามนัดแรกพบกับ เม็กซิโก ชาติเจ้าภาพร่วม ในวันที่ 11 มิถุนายนที่เมืองเม็กซิโกซิตี้ ก่อนที่จะไปดวลแข้งกับ สาธารณรัฐเช็ก และ เกาหลีใต้ ต่อไป แฟนบอลหลายคนเชื่อว่าทักษะและประสบการณ์ของฟอสเตอร์จากลีกอังกฤษ จะช่วยให้ทีมมีมิติในเกมรุกที่น่ากลัวขึ้นอย่างแน่นอน
บทบาทสำคัญของดาวรุ่งและคนเก่ง
นอกจากจะมีชื่อของ ไลล์ ฟอสเตอร์ กองหน้าเบิร์นลีย์ ติดทีมชาติแอฟริกาใต้ลุยบอลโลก แล้ว ในรายชื่อชุดนี้ยังมีดาวรุ่งที่น่าจับตามองอย่าง Olwethu Makhanya และ Bradley Cross ติดทีมมาด้วย เพื่อเป็นการผสมผสานระหว่างประสบการณ์และความสดใหม่ โดยกุนซือ Broos ได้ย้ำว่านี่คือการตัดสินใจที่ยากลำบากที่สุดในการคัดเลือกนักเตะ แต่เขาก็เชื่อมั่นว่านี่คือชุดที่ดีที่สุดที่จะไปสู้ศึกในครั้งนี้
รายชื่อผู้เล่นตัวหลักประกอบด้วย:
- ผู้รักษาประตู: Ronwen Williams, Ricardo Goss, Sipho Chaine
- กองหลัง: Khuliso Mudau, Aubrey Modiba, Olwethu Makhanya และคนอื่นๆ
- กองหน้า: ไลล์ ฟอสเตอร์, Themba Zwane, Evidence Makgopa และเพื่อนร่วมทีม
สำหรับการปรากฏตัวในฟุตบอลโลกครั้งนี้ถือเป็นความหวังใหม่ของชาวแอฟริกาใต้ หลังจากที่เคยผ่านเข้ารอบสุดท้ายมาแล้วถึง 3 ครั้ง (1998, 2002 และ 2010) แต่ยังไม่เคยผ่านพ้นรอบแบ่งกลุ่มไปได้เลย ครั้งนี้แฟนบอลทั่วโลกต่างจับจ้องว่า ฟอสเตอร์ จะสามารถพาบ้านเกิดสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ได้หรือไม่
ในมุมมองของผม การที่นักเตะอย่างฟอสเตอร์ได้รับโอกาสนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนอาชีพที่จะทำให้เขาเก่งขึ้นไปอีกระดับ และการได้เห็นนักเตะจากเบิร์นลีย์ไปโลดแล่นในระดับโลกเป็นเรื่องที่แฟนบอลต้องตามเชียร์กันครับ ใครที่ชื่นชอบในสไตล์การเล่นที่ดุดันของเขา อย่าพลาดติดตามชมในวันที่ 11 มิถุนายนนี้เด็ดขาด!
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



