กกต. แจงชัด 3 สถานะความหมายต่างกัน เคลียร์ปมชื่อ สว.อิสระ โผล่สำนวนฮั้วเลือก สว.

กกต. แจง 3 สถานะ ปมชื่อ สว.อิสระในสำนวนฮั้ว

กกต. แจง 3 สถานะ ปมชื่อ สว.อิสระในสำนวนฮั้ว หลังเกิดข้อสงสัยว่าการมีชื่อของสมาชิกวุฒิสภาบางรายปรากฏอยู่ในสำนวนไต่สวนการเลือก สว. จะหมายความว่าบุคคลนั้นกระทำความผิดแล้วหรือไม่ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ออกมาชี้แจงเพื่อทำความเข้าใจว่า กระบวนการตรวจสอบมีหลายขั้นตอน และแต่ละสถานะมีความหมายไม่เหมือนกัน

ประเด็นนี้ได้รับความสนใจหลังนายเทวฤทธิ์ มณีฉาย และ น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สมาชิกวุฒิสภา ยื่นหนังสือขอความชัดเจนเกี่ยวกับการมีชื่ออยู่ในสำนวนไต่สวนการเลือก สว. เนื่องจากการปรากฏชื่อในเอกสารอาจทำให้สังคมเข้าใจว่าเจ้าของชื่อเป็นผู้กระทำผิด ทั้งที่ในทางกฎหมายยังต้องพิจารณาข้อเท็จจริง พยานหลักฐาน และขั้นตอนต่าง ๆ อย่างรอบคอบ

กกต. แจง 3 สถานะ ปมชื่อ สว.อิสระในสำนวนฮั้ว

กกต. อธิบายว่า การมีชื่อปรากฏในสำนวน การมีสถานะเป็นผู้ถูกร้อง และการได้รับแจ้งข้อกล่าวหา เป็นคนละขั้นตอนกันโดยสิ้นเชิง การมีชื่ออยู่ในสำนวนอาจเกิดจากบุคคลนั้นเป็นแหล่งข้อมูล เป็นผู้เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ มีเอกสารที่กล่าวถึงชื่อ หรือเป็นพยานหลักฐานที่คณะผู้ตรวจสอบต้องนำมาพิจารณา จึงไม่ควรสรุปทันทีว่าบุคคลดังกล่าวถูกกล่าวหาหรือมีความผิด

ตามระเบียบ กกต. ว่าด้วยการสืบสวน การไต่สวนและการวินิจฉัยชี้ขาด พ.ศ. 2561 รวมถึงฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เมื่อมีผู้ยื่นคำร้องเกี่ยวกับการเลือก สว. และกล่าวหาว่าผู้สมัครรับเลือกหรือบุคคลใดอาจฝ่าฝืนกฎหมาย บุคคลที่ถูกกล่าวถึงในคำร้องอาจถูกกำหนดสถานะเป็น “ผู้ถูกร้อง” เพื่อเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน

กกต. แจง 3 สถานะ ปมชื่อ สว.อิสระในสำนวนฮั้ว อย่างไร

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น สามารถแบ่งความหมายของทั้ง 3 สถานะได้ดังนี้

  • มีชื่อปรากฏในสำนวน หมายถึง ชื่อของบุคคลนั้นปรากฏอยู่ในข้อมูล เอกสาร คำให้การ หรือพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบ สถานะนี้ยังไม่ใช่การกล่าวหาว่ากระทำผิด
  • เป็นผู้ถูกร้อง หมายถึง บุคคลที่ถูกระบุหรือกล่าวถึงในคำร้อง และอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง สถานะดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนของกระบวนการ ยังไม่ใช่ข้อยุติว่าบุคคลนั้นทำผิดกฎหมาย
  • ได้รับแจ้งข้อกล่าวหา หมายถึง เจ้าหน้าที่พบว่ามีพยานหลักฐานบางส่วนสนับสนุนว่าอาจมีการฝ่าฝืนกฎหมาย จึงต้องแจ้งรายละเอียดข้อกล่าวหาให้ผู้ถูกร้องทราบ เพื่อเปิดโอกาสให้ชี้แจงและนำพยานหลักฐานมาโต้แย้ง

จากคำชี้แจงดังกล่าวจะเห็นได้ว่า การมีชื่อในสำนวนเป็นเพียงการปรากฏชื่อในเอกสารหรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบเท่านั้น ชื่อดังกล่าวอาจเป็นชื่อของผู้ให้ข้อมูล บุคคลที่ถูกกล่าวถึงโดยบุคคลอื่น หรือผู้ที่มีความเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในบางส่วน จึงไม่ควรตีความไปไกลกว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏ

ส่วนการมีสถานะเป็นผู้ถูกร้องก็ยังไม่ใช่คำตัดสินว่ามีความผิด เพราะเป็นขั้นตอนที่ กกต. ใช้เพื่อรวบรวมข้อมูล ตรวจสอบข้อเท็จจริง และประเมินว่าคำร้องมีมูลหรือไม่ ผู้ถูกร้องยังมีสิทธิรับทราบกระบวนการ ชี้แจงข้อเท็จจริง และนำเสนอหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ตามสิทธิของตน

สำหรับการแจ้งข้อกล่าวหา จะเกิดขึ้นเมื่อพยานหลักฐานที่รวบรวมได้มีน้ำหนักเพียงพอให้เชื่อได้ว่าอาจมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการเลือก สว. ขั้นตอนนี้มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ถูกร้องได้รับทราบว่าถูกกล่าวหาเรื่องใด และมีโอกาสใช้สิทธิในการปกป้องตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ใช่การประกาศว่าบุคคลนั้นกระทำผิดแล้ว

ในทางกลับกัน หากการตรวจสอบพบว่าข้อกล่าวหาไม่มีมูล หรือไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะรับฟังได้ว่ามีการกระทำผิด กกต. สามารถดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อยุติเรื่องหรือยกคำร้องได้ โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกร้องเสมอไป จุดนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่สังคมควรแยกแยะระหว่าง “การถูกตรวจสอบ” กับ “การถูกตัดสินว่ามีความผิด”

สำหรับประชาชนทั่วไป การติดตามข่าวประเด็นนี้ควรพิจารณาถ้อยคำในเอกสารอย่างละเอียด ไม่ควรใช้เพียงคำว่า “มีชื่อในสำนวน” แล้วสรุปว่าบุคคลนั้นมีส่วนร่วมในการกระทำผิด เพราะอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนและกระทบต่อสิทธิของผู้เกี่ยวข้องได้ การตรวจสอบข้อเท็จจริงจำเป็นต้องเดินหน้าอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายนำเสนอข้อมูลของตนเอง

สรุปแล้ว กกต. แจง 3 สถานะ ปมชื่อ สว.อิสระในสำนวนฮั้ว เพื่อย้ำว่าการมีชื่อปรากฏในสำนวน ผู้ถูกร้อง และผู้ได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ล้วนเป็นขั้นตอนที่แตกต่างกัน การมีชื่อในเอกสารไม่ได้แปลว่ากระทำผิด การเป็นผู้ถูกร้องยังไม่ใช่คำวินิจฉัย และแม้ได้รับแจ้งข้อกล่าวหาก็ยังมีสิทธิชี้แจงและต่อสู้ตามกระบวนการ

มุมมองที่ควรยึดไว้คือ ทุกคนควรได้รับความเป็นธรรมจนกว่าจะมีผลการตรวจสอบหรือคำวินิจฉัยที่ชัดเจน การเสพข่าวอย่างมีสติ ตรวจสอบแหล่งข้อมูล และไม่รีบตัดสินบุคคลจากสถานะระหว่างกระบวนการ จะช่วยให้การพูดคุยเรื่องการเลือก สว. อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริงมากกว่าการคาดเดา

ที่มา – กกต. แจงชัด 3 สถานะความหมายต่างกัน เคลียร์ปมชื่อ สว.อิสระ โผล่สำนวนฮั้วเลือก สว.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: