ในวงการการเมืองไทยช่วงเลือกตั้ง ล่าสุดเกิดกรณีร้อนที่ กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ ขอให้การชั้นศาล ทำให้สังคมตั้งคำถามถึงความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง เรื่องนี้เกิดขึ้นที่หน่วยเลือกตั้งที่ 6 หมู่ 4 ต.ท่าวังทอง อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เมื่อวันที่ 10 ก.พ. 2569
กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ ขอให้การชั้นศาล
เหตุการณ์เริ่มต้นจากเจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หญิงรายหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่แสดงตนแทนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง เธอฉีกบัตรเลือกตั้งจำนวน 7 ใบ แล้วเข้าไปในคูหาเพื่อลงคะแนนให้เบอร์ 46 พรรคประชาชน (ปชช.) หรือ “ปชน.” ขณะที่กำลังจะหย่อนบัตรลงหีบ ประธาน กปน. สังเกตเห็นความผิดปกติ จึงทักท้วงและระงับเหตุได้ทัน บัตรเหล่านั้นจึงยังไม่เข้าหีบ
ขั้นตอนการจับกุมและสอบสวนเบื้องต้น
หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กกต. และฝ่ายปกครอง รีบมาตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งทันที จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาและเอกสารหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา ในข้อหาผิด พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มาตรา 23 ซึ่งห้ามการกระทำที่เป็นการทุจริตเลือกตั้ง
ในชั้นสอบสวนเบื้องต้น นางจุฑาทิพย์ (นามสมมติตามข่าว) ให้การรับสารภาพ โดยอ้างว่าถูกว่าจ้างจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนขยายผลเพื่อหาตัวผู้ว่าจ้าง แต่ล่าสุดเกิดจุดพลิกผัน เมื่อผู้ต้องหา กลับคำให้การ ปฏิเสธทุกข้อหา และขอต่อสู้คดีในชั้นศาล
พันตำรวจเอกเฉลิมชาติ ยาวิชัย ผกก.สภ.เมืองพะเยา ยืนยันแล้วว่า ได้แจ้งข้อหาตามกฎหมายดังกล่าว และผู้ต้องหาปฏิเสธทุกอย่าง ขอให้การในศาลต่อไป เรื่องนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตที่อาจเกิดขึ้นในระดับฐานรากของการเลือกตั้ง
ผลกระทบต่อการเลือกตั้งและสังคม
กรณี กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” สร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอย่างพะเยา ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งจำนวนมาก พฤติกรรมเช่นนี้ไม่เพียงผิดกฎหมาย แต่ยังบ่อนทำลายประชาธิปไตย
- บัตรเลือกตั้ง 7 ใบที่ถูกฉีกและลงคะแนนผิดวิธี
- การถูกจ้างวานจากบุคคลที่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมือง
- การกลับคำให้การ สร้างความสงสัยในพยานหลักฐาน
- บทลงโทษตามมาตรา 23: จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ยังมีกรณีคล้ายกันเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าการเฝ้าระวังจาก กกต. และประชาชนจำเป็นมาก เพื่อป้องกันการโกงเลือกตั้ง
จากประสบการณ์ในอดีต การทุจริตเลือกตั้งมักเชื่อมโยงกับกลุ่มการเมืองท้องถิ่น หากเจ้าหน้าที่อย่าง กปน. ถูกชักจูงง่าย ก็จะกระทบผลการเลือกตั้งทั้งเขตได้ ข้อมูลจาก กกต. ระบุว่ามีการร้องเรียนทุจริตกว่า 1,000 คดีในเลือกตั้งล่าสุด
เพื่อความโปร่งใส แนะนำให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งตรวจสอบบัตรและรายงานข้อผิดพลาดทันที รวมถึงใช้แอปพลิเคชันของ กกต. ในการรายงานเหตุการณ์
ในมุมมองของผู้เขียน กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าประชาธิปไตยไทยยังต้องพัฒนาเรื่องการกำกับดูแลเจ้าหน้าที่เลือกตั้งให้เข้มงวดยิ่งขึ้น หากปล่อยไว้ อาจนำไปสู่ข้อพิพาทผลเลือกตั้งครั้งใหญ่ได้ คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์และติดตามข่าวอัปเดตการสืบสวนต่อไปนะครับ
ที่มา – กปน. เขต 1 พะเยา แอบลงคะแนนกา “ปชน.” กลับคำให้การ ขอให้การชั้นศาล


