กล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ ในการตัดสินใจเสนอชื่อ “ธรรมนัส” ชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี สร้างความสนใจในวงการการเมืองไทยอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่กำลังจะมีการโหวตสำคัญในวันที่ 19 มี.ค. 2567 นี้ ล่าสุด นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส.พรรคกล้าธรรม จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะนายทะเบียนพรรค ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างเป็นกันเอง แสดงถึงสถานการณ์ภายในพรรคที่ยังต้องถกเถียงกันอย่างหนัก
กล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ เรื่องเสนอชื่อธรรมนัส
จากข้อมูลล่าสุด วันที่ 17 มี.ค. 2567 นายอรรถกร เปิดเผยว่าพรรคกล้าธรรมยังไม่ได้มีการพูดคุยกันอย่างเป็นทางการเรื่องทิศทางการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คาดว่าจะมีการประชุมส.ส.พรรคในช่วงเช้าวันที่ 19 มี.ค. ที่อาคารรัฐสภา เวลา 09.00 น. เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงประเด็นที่ว่า กล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ หรือไม่ในการเสนอชื่อบุคคลชิงตำแหน่งนายกฯ นายอรรถกรตอบตรงๆ ว่า “สองจิตสองใจอยู่ครับ” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนภายในพรรคพรรคเล็กอย่างกล้าธรรมที่อาจมีปัจจัยหลายอย่างมาพิจารณา เช่น กลยุทธ์ทางการเมือง ความสัมพันธ์กับพรรคใหญ่ และผลประโยชน์ของพรรคในระยะยาว
พรรคกล้าธรรมก่อตั้งขึ้นมาไม่นาน แต่มีบทบาทสำคัญในสภาผู้แทนราษฎร โดยมีส.ส.จำนวนหนึ่งที่พร้อมแสดงจุดยืนชัดเจน การที่พิจารณาเสนอชื่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ซึ่งเป็นนักการเมืองรุ่นเก๋า มีประสบการณ์ทั้งในกรมการเมือง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงพรรคพลังประชารัฐมาก่อน ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ธรรมนัสมีภาพลักษณ์ของนักสู้ทางการเมือง มีฐานเสียงในพื้นที่ และเคยมีบทบาทในรัฐบาลประยุทธ์ แต่การเสนอชื่อครั้งนี้ยังอยู่ในขั้นกล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ เนื่องจากอาจกระทบต่อพันธมิตรหรือการเจรจาโหวต
มั่นใจเสียงโหวตของพรรคกล้าธรรมไม่แตกแถว
ถึงแม้จะกล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ ในเรื่องการเสนอชื่อ แต่จุดแข็งที่นายอรรถกรย้ำชัดคือความมั่นใจ 100% ว่าสมาชิกพรรคจะโหวตไปในทิศทางเดียวกัน ไม่แตกแถว แสดงถึงความสามัคคีภายในพรรคที่แข็งแกร่ง แม้จะเป็นพรรคขนาดเล็กแต่มีวินัยสูง นี่อาจเป็นเพราะมีการประชุมและสื่อสารกันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผู้นำพรรคที่ควบคุมแนวทางได้ดี
สถานการณ์การโหวตนายกรัฐมนตรีครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนระอุ หลังจากการเลือกตั้งใหญ่และการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พรรคต่างๆ กำลังเจรจาเพื่อหานายกฯ ที่เหมาะสม พรรคกล้าธรรมในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้านเบาๆ มีบทบาทกำหนดเกมได้ หากเสนอชื่อธรรมนัสจริง อาจเป็นการท้าทายพรรคใหญ่ และสร้างเซอร์ไพรส์ให้สภา
บริบทการเมืองและปัจจัยที่ทำให้กล้าธรรมสองจิตสองใจ
ทำไมพรรคกล้าธรรมถึงยังลังเล? มาดูปัจจัยหลักๆ ดังนี้
- กลยุทธ์พันธมิตร: การเสนอชื่ออาจทำให้เสียคะแนนกับพรรคใหญ่ที่กำลังผลักดันแคนดิเดตของตัวเอง
- ฐานเสียงธรรมนัส: แม้มีชื่อเสียง แต่เคยมีดราม่าคดีความ ซึ่งอาจเป็นจุดอ่อน
- ผลกระทบระยะยาว: พรรคเล็กต้องการรักษาตำแหน่งในสภาและงบประมาณ ไม่เสี่ยงมากเกินไป
- การประชุมล่าสุด: ยังไม่มี consensus ชัดเจน จนต้องรอประชุมเช้า
นอกจากนี้ ในมุมมองของนักวิเคราะห์การเมือง การที่กล้าธรรมแสดงความมั่นใจในเสียงโหวต แสดงถึงศักยภาพในการต่อรอง หากโหวตร่วมกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง อาจได้ผลตอบแทน เช่น เก้าอี้รัฐมนตรีหรือคณะกรรมาธิการ
พรรคกล้าธรรมก่อตั้งโดยกลุ่มนักการเมืองที่ต้องการเน้นธรรมาภิบาลและกล้าหาญในการแสดงจุดยืน ชื่อพรรค “กล้าธรรม” สะท้อนปรัชญานั้น การตัดสินใจครั้งนี้จึงเป็นบททดสอบสำคัญ หากเสนอชื่อธรรมนัสสำเร็จ อาจยกระดับพรรคให้เป็นที่จับตามองมากขึ้น
สรุปแล้ว แม้กล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ แต่ความมั่นใจในความเป็นเอกภาพนั้นชัดเจน การโหวตวันที่ 19 มี.ค. จะเป็นจุดเปลี่ยนที่น่าติดตาม
คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของพรรคกล้าธรรม? พวกเขาควรเสนอชื่อธรรมนัสหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดทุกมุมมอง!
ที่มา – กล้าธรรม ยังสองจิตสองใจ เสนอชื่อ “ธรรมนัส” ชิงเก้าอี้นายกฯ แต่มั่นใจเสียงโหวตไม่แตกแถว

