กองทัพภาคที่ 2 พบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชา เจอโดรนที่ช่องบก 1 ลำ

กองทัพภาคที่ 2 พบทหารกัมพูชา เจอโดรนที่ช่องบก

กองทัพภาคที่ 2 อัปเดตสถานการณ์ตามแนวชายแดน พบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชา ตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่ช่องบก 1 ลำ อยู่ระหว่างการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกล้ชิด

วันที่ 30 สิงหาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 แถลงสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชา เวลา 14.00 น. โดยมีรายละเอียดดังนี้ สถานการณ์โดยรวมมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชา โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจพบโดรนบริเวณพื้นที่ช่องบก 1 ลำ และอยู่ระหว่างการติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้ามอย่างใกล้ชิด กองกำลังทั้ง 2 ฝ่ายยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์ กรณีที่มีรายงานข่าวว่ากองทัพภาคที่ 2 พบความเคลื่อนไหวผิดปกติ

กรณีข้อกล่าวหาฝ่ายกัมพูชาต่อการใช้สารพิษของฝ่ายไทย ตามที่ปรากฏข่าวสารในสื่อออนไลน์ของกัมพูชา มีการเผยแพร่ภาพทหารกัมพูชาสวมใส่หน้ากากป้องกันสารพิษ พร้อมกล่าวอ้างว่ากองทัพไทยอาจมีการใช้อาวุธเคมีและสารพิษในการปฏิบัติการทางทหารนั้น กองทัพภาคที่ 2 ขอเรียนชี้แจงอย่างชัดเจนว่า ข้อกล่าวหาดังกล่าวไม่เป็นความจริง ฝ่ายไทยไม่เคยมีนโยบาย และไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธเคมีหรือแก๊สพิษในการปฏิบัติการทางทหารแต่อย่างใด การนำเสนอข้อมูลดังกล่าวเป็นเพียงการบิดเบือนข้อเท็จจริง ซึ่งอาจมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนภายในประเทศกัมพูชาเอง

ประเทศไทยยึดมั่นอย่างเคร่งครัดต่อพันธกรณีตามอนุสัญญาว่าด้วยการห้ามอาวุธเคมี (Chemical Weapons Convention – CWC) และไม่เคยมีการพัฒนา ผลิต ครอบครอง หรือใช้อาวุธเคมีในทุกกรณี อีกทั้งยังให้ความสำคัญต่อหลักมนุษยธรรมและการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง

กองทัพภาคที่ 2 ขอให้ประชาชนทุกฝ่ายมั่นใจว่า ประเทศไทยดำเนินการด้วยความโปร่งใส ยึดหลักสันติวิธี และพร้อมให้ความร่วมมือกับประชาคมระหว่างประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความมั่นคง ความปลอดภัย และสันติภาพในภูมิภาค ทั้งนี้ข้อกล่าวหาที่ฝ่ายกัมพูชานำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนนั้น เป็นข่าวเท็จและเป็นเพียงกลยุทธ์เพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองภายในประเทศตนเอง มิได้มีข้อเท็จจริงใด ๆ เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือการปฏิบัติการของฝ่ายไทย

การดูแลผู้อพยพ อำนวยความสะดวกประชาชนจากพื้นที่เสี่ยงภัยไปยังพื้นที่รวบรวมพลเรือน 7 ศูนย์ ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี 3 ศูนย์ 100 คน และในพื้นที่ จ.สุรินทร์ 4 ศูนย์ 501 คน ปัจจุบันมียอด 601 คน เนื่องจากมีความวิตกกังวล ทั้งนี้ทางฝ่ายปกครองได้จัดชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน เข้าดูแลพื้นที่บ้านเรือนของพี่น้องประชาชนอย่างต่อเนื่อง

การดำเนินงานด้านจิตอาสา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้นายชำนาญ ชื่นตา ผวจ.สุรินทร์ นำแจกันดอกไม้และกระเช้าสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่กำลังพล 4 นาย ที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาในพื้นที่ จว.สุรินทร์ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ แสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ต่อกำลังพล ขณะนี้กำลังพลอยู่ในระหว่างการรักษาตัวได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิด จากทีมแพทย์ พยาบาลของโรงพยาบาลปราสาท อ.ปราสาท และโรงพยาบาลสุรินทร์ อ.เมืองสุรินทร์ จว.สุรินทร์

ศอ.จอส.พระราชทาน มทบ.25, ศอ.จอส.พระราชทาน จว.สุรินทร์ และศอ.จอส.พระราชทาน จว.อุบลราชธานี จิตอาสา 904 พร้อมด้วยจิตอาสาพระราชทาน เยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราว และได้มอบสิ่งของเครื่องอุปโภค-บริโภค อาหาร น้ำดื่ม ให้กับประชาชน, ผู้สูงอายุ, ผู้ป่วย และเด็ก ณ ศูนย์พักพิงชั่วคราว จว.สุรินทร์ และ จว.อุบลราชธานี อย่างต่อเนื่อง.

กองทัพภาคที่ 2 พบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชา เจอโดรนที่ช่องบก 1 ลำ

สถานการณ์ล่าสุด: กองทัพภาคที่ 2 พบอะไรบ้าง?

กองทัพภาคที่ 2 พบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจตามแนวชายแดน ซึ่งจำเป็นต้องมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การปรากฏตัวของโดรนเป็นสัญญาณที่ต้องจับตา และต้องมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความมั่นคงของประเทศ

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นส่งผลต่อความมั่นคงในภูมิภาค การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิด และรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ทำไมต้องติดตามข่าว กองทัพภาคที่ 2 พบทหารกัมพูชา?

  • เพื่อรับทราบสถานการณ์ชายแดน
  • เพื่อเข้าใจมาตรการรักษาความปลอดภัย
  • เพื่อติดตามข่าวสารที่ถูกต้องและเป็นจริง

การติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้อย่างกองทัพภาคที่ 2 จะช่วยให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนและการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่

การเฝ้าระวังชายแดนเป็นภารกิจที่สำคัญอย่างยิ่ง การที่ กองทัพภาคที่ 2 พบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชาและโดรน แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการรักษาความเข้มงวด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน การมีข้อมูลที่ถูกต้องและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับทุกคน

ที่มา – กองทัพภาคที่ 2 พบความเคลื่อนไหวของทหารฝ่ายกัมพูชา เจอโดรนที่ช่องบก 1 ลำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: