เหตุการณ์กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่มกำลังเป็นประเด็นร้อนที่คนไทยและกัมพูชาต่างให้ความสนใจ โดยกัมพูชาได้เชิญสื่อต่างชาติอย่าง AFP จากฝรั่งเศส เข้าดูความเสียหายที่เกิดขึ้นกับปราสาทพระวิหาร ซึ่งเป็นมรดกโลก UNESCO หลังจากการปะทะชายแดนไทย-กัมพูชาที่รุนแรงเมื่อช่วงที่ผ่านมา
กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม
กัมพูชาพาสำนักข่าว AFP ซึ่งเป็นสื่อต่างชาติรายแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้าพื้นที่ปราสาทพระวิหารหลังการสู้รบสิ้นสุดลง พบร่องรอยความเสียหายชัดเจนทั่วบริเวณโบราณสถานอายุกว่าพันปีแห่งนี้ ชิ้นส่วนหินทรายแตกกระจาย ตัวปราสาทเต็มไปด้วยรอยกระสุนและสะเก็ดระเบิดใหม่ๆ โดยทางการกัมพูชาอ้างว่าความเสียหายเหล่านี้มาจากการโจมตีด้วยอาวุธหนักของทหารไทย รวมถึงปืนใหญ่และการโจมตีทางอากาศ
ปราสาทพระวิหารตั้งตระหง่านบนหน้าผาสูง มองเห็นวิวที่ราบกัมพูชาตอนเหนือ เป็นผลงานสถาปัตยกรรมขอมชั้นเลิศ แต่กลับกลายเป็นสมรภูมิจากข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อ การปะทะครั้งใหญ่เกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา ใช้ทั้งเครื่องบินรบ รถถัง ปืนใหญ่ และทหารภาคพื้นดิน ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย และประชาชนกว่า 1 ล้านคนต้องอพยพ ก่อนทั้งสองฝ่ายจะหยุดยิงในเดือนธันวาคม
รายละเอียดความเสียหายจากปราสาทพระวิหาร
เอ ดาริธ ผู้อำนวยการฝ่ายอนุรักษ์และโบราณคดีแห่งองค์การปราสาทพระวิหาร เปิดเผยว่าความเสียหายส่วนใหญ่เกิดจากการยิงปืนใหญ่และโจมตีทางอากาศของไทย โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมที่ปราสาทเสียหายถึง 420 จุด และก่อนหน้านั้นในเดือนกรกฎาคมอีก 142 จุด นอกจากนี้ เหม ซินาท รองผู้อำนวยการ ยังระบุว่าบางส่วนเสียหายถาวร ต้องเก็บไว้เป็นหลักฐานประวัติศาสตร์แสดงการโจมตีจากฝั่งไทย
- รอยกระสุนและสะเก็ดระเบิดทั่วตัวอาคารหินทรายคริสต์ศตวรรษที่ 11
- ชิ้นส่วนหินแตกกระจายในหลายจุดสำคัญ
- ความเสียหายสะสม 562 จุดจากการปะทะหลายครั้ง
- บางส่วนไม่สามารถบูรณะได้ ต้องอนุรักษ์เป็นหลักฐาน
ประวัติศาสตร์ข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร
ปราสาทพระวิหารขึ้นทะเบียนมรดกโลก UNESCO ในปี 2008 แต่เป็นจุดขัดแย้งมานาน ศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) ตัดสินปี 1962 ว่าอยู่ในอธิปไตยกัมพูชา และยืนยันพื้นที่รอบๆ ในปี 2013 แต่ไทยไม่ยอมรับเขตอำนาจศาลนี้ พื้นที่เคยปะทะหนักในปี 2008 และเกิดความรุนแรงเป็นระยะๆ ทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก
ด้านไทยเคยชี้ว่ากัมพูชาใช้ปราสาทเป็นฐานทัพ สูญเสียสถานะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ แต่กัมพูชาโต้ว่าทหารไทยเป็นฝ่ายยิงถล่มหนักเพื่อทำลายโบราณสถาน
แผนบูรณะและบทบาท UNESCO
กัมพูชาจะหารือกับ UNESCO เพื่อวางแผนบูรณะ ซึ่งต้องใช้เวลาและงบประมาณมหาศาล UNESCO วางส่งผู้เชี่ยวชาญประเมินความเสียหายตามคำร้องของกัมพูชาในเดือนมกราคม การบูรณะมรดกโลกเช่นนี้ต้องระมัดระวัง เพื่อรักษาความสมบูรณ์ทางประวัติศาสตร์
เหตุการณ์กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม สะท้อนปัญหาความขัดแย้งชายแดนที่ยังค้างคา แม้จะหยุดยิงแล้ว แต่ผลกระทบต่อมรดกวัฒนธรรมรุนแรงมาก ในมุมมองผู้เขียน การแก้ไขข้อพิพาทควรใช้วิธีสันติภาพและการเจรจา เพื่อปกป้องสมบัติร่วมของอาเซียน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้หากเห็นว่าน่าสนใจ!
ที่มา – กัมพูชาฟ้องโลก พาสื่อสำรวจความเสียหายปราสาทพระวิหาร อ้างโดนทหารไทยถล่ม




