โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชาเรียกร้องให้ไทยส่งตัวทหารกัมพูชา 18 นายที่ถูกควบคุมตัวกลับประเทศ หลังครบกำหนด 14 วันตามข้อตกลงหยุดยิง พร้อมขอบคุณนานาชาติที่ให้ความช่วยเหลือในการกดดันประเทศไทย และย้ำว่ากัมพูชาจะไม่ทอดทิ้งกำลังพล
กัมพูชาเดินหน้ากดดันไทย ปล่อยทหาร 18 นาย
เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา ได้แถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวในประเทศไทย โดยระบุว่าบัดนี้เป็นเวลา 14 วันแล้วนับตั้งแต่กองกำลังของประเทศไทยได้ควบคุมตัวทหารกัมพูชาจำนวน 18 นาย ภายหลังจากการประกาศใช้ข้อตกลงหยุดยิงอย่างเป็นทางการระหว่างทั้งสองประเทศ
พลโทหญิง มาลี โสเจียตา ได้เรียกร้องให้รัฐบาลไทยปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ และทำการส่งตัวทหารกัมพูชาทั้ง 18 นายกลับประเทศโดยเร็ว เพื่อให้พวกเขาได้กลับไปพบกับครอบครัวที่กำลังรอคอยการกลับมาของพวกเขาด้วยความหวังและความคิดถึง
นอกจากนี้ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา ยังได้กล่าวแสดงความขอบคุณต่อประเทศคู่มิตรและองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ที่ได้ออกมาเรียกร้องให้ประเทศไทยปล่อยตัวทหารกัมพูชาโดยเร็ว ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความใส่ใจจากนานาชาติต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชายังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนที่แน่วแน่ของกัมพูชาว่า รัฐบาลและกองทัพจะไม่ทอดทิ้งหรือละเลยกำลังพลของตนเองแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นเช่นไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือและปกป้องกำลังพลถือเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบที่สำคัญยิ่ง
กัมพูชาต้องการให้ไทย ปล่อยทหาร 18 นาย กลับประเทศ
สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชา ซึ่งมีทั้งความร่วมมือและความขัดแย้งปะปนกันไป การแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีและการเจรจาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศทั้งสอง และป้องกันไม่ให้เกิดความขัดแย้งที่อาจนำไปสู่ความรุนแรงได้
การที่กัมพูชาออกมาเรียกร้องให้ไทยปล่อยทหาร 18 นาย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของชาติและดูแลสวัสดิภาพของประชาชน อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจซึ่งกันและกันจากทั้งสองฝ่าย เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน
กัมพูชาเดินหน้ากดดันไทย อย่างต่อเนื่องเพื่อให้มีการปล่อยตัวทหารทั้ง 18 นาย ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไปว่าจะมีการตอบสนองจากรัฐบาลไทยอย่างไร และสถานการณ์นี้จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในอนาคตอย่างไร
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การสื่อสารและการเจรจาอย่างเปิดอกและสร้างสรรค์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การใช้ความรุนแรงหรือการเผชิญหน้ากันจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง มีแต่จะทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
หวังว่าประเทศไทยและกัมพูชาจะสามารถหาทางออกร่วมกันได้โดยสันติวิธี และรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศไว้ เพื่อประโยชน์ของประชาชนทั้งสองประเทศ
การที่กัมพูชาเดินหน้ากดดันไทย ปล่อยทหาร 18 นาย ถือเป็นเรื่องที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทั้งสองในระยะยาวได้ การแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธีและการเจรจาอย่างเปิดอกจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ที่มา – กัมพูชาเดินหน้ากดดันไทย ปล่อยทหาร 18 นาย หลังครบ 14 วันตั้งแต่ถูกควบคุมตัว


