สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวเศรษฐกิจที่น่าสนใจมาอัปเดตกันครับ เป็นเรื่องที่สำคัญต่อเสถียรภาพการเงินของบ้านเรามาก นั่นคือข่าวที่ ครม. ไฟเขียวให้กองทุนฟื้นฟูฯ โอนเพิ่ม 1.8 หมื่นล้าน ทยอยใช้หนี้ FIDF 1 และ FIDF 3 เพื่อเป็นการลดภาระหนี้สินคงค้างที่สะสมมาอย่างยาวนานครับ
ครม. ไฟเขียวให้กองทุนฟื้นฟูฯ โอนเพิ่ม 1.8 หมื่นล้าน ทยอยใช้หนี้ FIDF 1 และ FIDF 3
การดำเนินการในครั้งนี้ถือเป็นการบริหารจัดการสภาพคล่องของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติให้มีการโอนเงินเพิ่มเติมจำนวน 18,000 ล้านบาท เข้าบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ซึ่งถือว่าเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการลดภาระหนี้ FIDF ที่เกิดขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจในอดีตครับ
ที่มาและการจัดสรรเงินเพื่อใช้หนี้ FIDF 1 และ FIDF 3
หลายคนอาจสงสัยว่าเงินจำนวน 18,000 ล้านบาทนี้มาจากไหน? คำตอบคือมาจากเงินปันผลที่กองทุนฯ ได้รับจากธนาคารกรุงไทย และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ประกอบกับสภาพคล่องส่วนเกินของกองทุนฯ นั่นเองครับ ซึ่งการที่ ครม. ไฟเขียวให้กองทุนฟื้นฟูฯ โอนเพิ่ม 1.8 หมื่นล้าน ทยอยใช้หนี้ FIDF 1 และ FIDF 3 ได้นั้น แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่ชัดเจน ส่งผลให้สถานะหนี้คงค้างเฉพาะเงินต้นนั้นลดลงจนเหลือประมาณ 478,177 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2569
- ยอดหนี้ต้นเงินกู้ปัจจุบันเหลือเกือบ 5 แสนล้านบาท
- รัฐบาลเน้นการชำระคืนตามปริมาณสภาพคล่องของกองทุน
- เป้าหมายหลักคือการลดภาระดอกเบี้ยของประเทศในระยะยาว
หากเรามองย้อนกลับไป การชำระหนี้ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะรัฐบาลได้มีการทยอยโอนเงินและสินทรัพย์เพื่อชำระหนี้มาแล้วต่อเนื่องถึง 27 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2546 รวมมูลค่ามหาศาลกว่า 2.7 แสนล้านบาท แสดงให้เห็นว่าภาครัฐไม่ได้นิ่งนอนใจต่อภาระหนี้สาธารณะก้อนโตนี้เลยครับ
ในมุมมองของผม การที่ภาครัฐสามารถบริหารจัดการเงินปันผลและสภาพคล่องมาตัดต้นเงินกู้ได้แบบนี้ จะช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายที่จะส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินในอนาคตได้เป็นอย่างดี เป็นการจัดการที่รัดกุมและมีความโปร่งใส เพื่อนๆ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับเกี่ยวกับการลดหนี้ก้อนนี้? อย่าลืมคอมเมนต์พูดคุยกันได้นะครับ
ที่มา – ครม. ไฟเขียวให้กองทุนฟื้นฟูฯ โอนเพิ่ม 1.8 หมื่นล้าน ทยอยใช้หนี้ FIDF 1 และ FIDF 3


