รอง ผบ.ตร. ปรับแผนใหม่ บังคับใช้กฎหมายเข้มข้น หากพบชาวกัมพูชารุกล้ำเข้ามาในแผ่นดินไทยที่บ้านหนองหญ้าแก้ว พร้อมจับดำเนินคดีทั้งหมด ไม่สนว่าจะเป็นพระหรืออะไร เชื่อสถานการณ์ไม่บานปลาย คุมได้ทุกอย่างเป็นไปตามมาตรฐานหลักสากล
ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14:40 น. พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พลตรี เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ (ผบ.พล.ร.2 รอ.) และพันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ กองกำลังบูรพา (ผบ.ฉก.อรัญประเทศ กกล.บูรพา) ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 รวมไปถึง นายปริญญา โพธิสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางมาร่วมประชุมที่ที่ว่าการอำเภอโคกสูง เพื่อรับทราบภารกิจและวางแผนเตรียมแนวทางรับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น โดยใช้เวลาในการประชุมครั้งนี้นานกว่า 2 ชั่วโมง
จากนั้น พล.ต.อ.ไกรบุญ ทรวดทรง รอง ผบ.ตร. ได้ออกมาเปิดเผยว่า วันนี้ได้รับมอบหมายจากผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เนื่องจากท่านติดภารกิจ แต่ท่านได้ส่งความห่วงใยถึงข้าราชการตำรวจทุกนาย จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 4 นาย วันนี้จึงได้นำขวัญและกำลังใจมามอบให้ รวมไปถึงมาเยี่ยมเยียนและรับฟังสถานการณ์ในภาพรวมพื้นที่ เพื่อที่เราจะปรับแผนการทำงานไม่อยากเห็นภาพเหตุการณ์ลุกลามบานปลาย
พร้อมย้ำว่า “หลังจากนี้เราจะปรับแผน บังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ถ้าหากมีการบุกรุกเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ดำเนินคดีทันที / ที่ผ่านมาเราใช้ พ.ร.บ.ป่าไม้ เป็นตัวนำ ซึ่งไม่เข้มข้น วันนี้เราจึงต้องปรับแผนการบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังยึดมั่นคุมไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
จะจับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับบุคคลที่บุกรุกหรือรุกล้ำเข้ามา เรามีมาตรการจากเบาไปหาหนัก และขอให้มั่นใจว่าจะใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ถือเป็นความชอบธรรมและเป็นไปตามมาตรฐานหลักสากล
พล.ต.อ.ไกรบุญ ยังระบุอีกว่า “วันนี้ได้คุยสถานการณ์ภาพรวม ไม่ได้เจาะจงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง พร้อมย้ำให้กำลังพลอดทนอดกลั้นถึงที่สุด“ / ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 4 นายที่ได้รับบาดเจ็บ เราก็รวบรวมพยานหลักฐาน รูปภาพจากโซเชียล และหากถึงขั้นตอนที่พิสูจน์ทราบตัวตนได้ เราก็จะออกหมายจับ ดำเนินการตามกฎหมายอาญาระหว่างประเทศ และประสานกับทางอัยการสูงสุดตามขั้นตอน
คุมเข้มบ้านหนองหญ้าแก้ว ตร.ปรับแผนใหม่ จับหมดหากพบกัมพูชารุกล้ำ ไม่สนจะเป็นพระหรืออะไร
เมื่อถามว่าทราบข้อมูลหรือไม่ ว่ามีทหารกัมพูชาปลอมเป็นพระนั้น พล.ต.อ.ไกรบุญ ตอบว่า “ไม่สนว่าจะเป็นพระหรืออะไร ถ้าเป็นใครรุกล้ำเข้ามาผมจับหมด แต่เชื่อว่าสถานการณ์จะไม่บานปลาย เพราะเราคุมสถานการณ์อยู่ ทุกอย่างดำเนินการตามขั้นตอน” โดยวันนี้เป็นการพูดคุยเตรียมความพร้อมสำหรับฝ่ายไทยเท่านั้น
สรุปมาตรการคุมเข้มบ้านหนองหญ้าแก้ว
- ปรับแผนบังคับใช้กฎหมายเข้มข้น
- จับกุมดำเนินคดีผู้รุกล้ำทันที ไม่สนว่าเป็นใคร
- ควบคุมสถานการณ์ไม่ให้บานปลาย
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาที่บ้านหนองหญ้าแก้วยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การปรับแผนและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยในพื้นที่ การดำเนินการตามมาตรฐานสากลและการยึดมั่นในความถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น การบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คำนึงถึงสถานะทางสังคมหรือศาสนา เป็นหลักการที่ควรยึดมั่นเพื่อให้เกิดความยุติธรรมและความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของไทย
ที่มา – คุมเข้มบ้านหนองหญ้าแก้ว ตร.ปรับแผนใหม่ จับหมดหากพบกัมพูชารุกล้ำ ไม่สนจะเป็นพระหรืออะไร


