ค่าตัวนักเตะพรีเมียร์ลีกที่เพิ่มขึ้น 20 ล้านปอนด์
หลายคนอาจเคยได้ยินคำพูดติดปากที่ว่านักเตะอังกฤษมักจะมีค่าตัวที่สูงกว่าปกติ แต่ในยุคปัจจุบันดูเหมือนว่าค่าตัวที่แพงระยับนั้นจะกลายเป็นมาตรฐานของนักเตะทุกคนที่เล่นอยู่ในพรีเมียร์ลีกไปเสียแล้ว จากข้อมูลล่าสุดพบว่าการย้ายทีมภายในลีกเดียวกันมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยสูงถึง 39.4 ล้านปอนด์ ซึ่งเกือบจะเป็นสองเท่าของค่าตัวนักเตะที่ย้ายมาจากต่างแดนที่มีค่าเฉลี่ยเพียง 20.2 ล้านปอนด์เท่านั้น ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นมานี้เปรียบเสมือน “ภาษีพรีเมียร์ลีก” ตามคำกล่าวของ Kieran Maguire ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินฟุตบอล
ค่าตัวนักเตะพรีเมียร์ลีกที่เพิ่มขึ้น 20 ล้านปอนด์ ส่งผลกระทบอย่างไร
ค่าตัวนักเตะพรีเมียร์ลีกที่เพิ่มขึ้น 20 ล้านปอนด์ กลายเป็นประเด็นที่สร้างความกังวลให้กับสโมสรในยุโรปเป็นอย่างมาก เนื่องจากสโมสรในอังกฤษเริ่มหันมาซื้อขายกันเองมากขึ้น แทนที่จะไปดึงตัวจากลีกอื่น โดยในปีที่ผ่านมามีการซื้อขายที่มีมูลค่าสูงกว่า 40 ล้านปอนด์เกิดขึ้นถึง 27 ดีล ซึ่งในจำนวนนี้เป็นการตกลงกันเองระหว่างสโมสรในอังกฤษถึง 18 ดีล ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าอย่างก้าวกระโดด
ทำไมตลาดซื้อขายถึงกลายเป็นเกมตัวเลข
ปัจจุบันตลาดนักเตะกลายเป็นเหมือนการเล่นแร่แปรธาตุด้วยตัวเลขกำไรขาดทุน กฎระเบียบทางการเงินที่เข้มงวดบีบให้ทุกสโมสรต้องเน้นที่ผลกำไรจากการขายนักเตะเพื่อนำมาลงทุนใหม่ การที่พรีเมียร์ลีกมีเม็ดเงินมหาศาลจากลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ทำให้พวกเขาสามารถตั้งราคาค่าตัวที่สูงลิ่ว ซึ่งสโมสรในยุโรปที่ไม่ได้มีรายได้มหาศาลเท่ากันเริ่มตามไม่ทัน หลายทีมอย่างเช่น FC Porto ยอมรับว่าตอนนี้ต้องแข่งขันแย่งตัวนักเตะกับทีมระดับกลางอย่าง Brentford หรือ Coventry แทนที่จะเป็นทีมยักษ์ใหญ่เหมือนแต่ก่อน
- สโมสรในพรีเมียร์ลีกมีงบประมาณที่เหนือกว่าลีกอื่นอย่างชัดเจน
- นักเตะที่ย้ายภายในลีกมักมีมูลค่าสูงกว่าการซื้อจากต่างประเทศ
- กฎ Financial Fair Play บีบให้สโมสรต้องคำนวณผลกำไรอย่างละเอียด
สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำให้ค่าตัวนักเตะพรีเมียร์ลีกที่เพิ่มขึ้น 20 ล้านปอนด์กลายเป็นเรื่องปกติ แต่มันยังส่งผลให้เกิดสภาวะเงินเฟ้อในตลาดนักเตะทั่วทั้งยุโรป ซึ่งสุดท้ายอาจนำไปสู่ความไม่เท่าเทียมกันในการแข่งขันฟุตบอลถ้วยยุโรปในระยะยาว นี่คือวิกฤตที่สโมสรทั่วยุโรปต้องรีบหาทางรับมือ ก่อนที่ช่องว่างทางการเงินจะกว้างจนเกินกว่าจะไล่ตามทัน
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ




