เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวใหญ่เกี่ยวกับความเคลื่อนไหวล่าสุดของกระทรวงยุติธรรมและ DSI ที่กำลังลุยงานหนักในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะการค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินสมุย-พะงัน ที่ตั้งเดียวจดทะเบียนนับร้อย ซึ่งถือเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและทรัพยากรที่ดินของประเทศเราโดยตรง
เหตุผลสำคัญในการค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินสมุย-พะงัน ที่ตั้งเดียวจดทะเบียนนับร้อย
การปฏิบัติการในครั้งนี้เริ่มต้นขึ้นหลังจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ส่งรายชื่อบริษัทที่น่าสงสัยจำนวน 34 แห่งให้กับทาง DSI เพื่อทำการตรวจสอบเชิงลึก จากการสืบสวนพบพฤติการณ์ที่น่าตกใจคือ มีการนำชื่อคนไทยมาเป็นผู้ถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า ‘นอมินี’ เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว สิ่งที่น่าจับตามองที่สุดจากการค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินสมุย-พะงัน ที่ตั้งเดียวจดทะเบียนนับร้อย คือการพบว่าหลายบริษัทใช้สถานที่เดียวในการจดทะเบียนบริษัทหลักร้อยแห่ง! ซึ่งเป็นพฤติการณ์ที่ไม่ปกติอย่างยิ่งในการดำเนินธุรกิจทั่วไป
ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและบทลงโทษทางกฎหมาย
รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่ยอมให้มีการใช้ที่ดินของไทย หรือช่องโหว่ทางกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำธุรกิจผิดประเภท โดยมีมาตรการสำคัญดังนี้:
- ปกป้องทรัพยากรที่ดินของชาติไม่ให้ถูกครอบครองโดยนอมินี
- สร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้ประกอบการไทยเจ้าของธุรกิจที่ถูกต้อง
- ปราบปรามแหล่งฟอกเงินเพื่อความมั่งคั่งและปลอดภัยของระบบเศรษฐกิจ
แม้ว่าการปฏิบัติการในครั้งนี้จะเป็นเพียงขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน แต่ทางหน่วยงานก็ให้คำมั่นว่าจะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับทั้งคนไทยและต่างด้าวที่ร่วมมือกันทำผิดกฎหมาย สำหรับนักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาประกอบกิจการอย่างสุจริตและถูกต้องตามระเบียบ รัฐบาลยังคงยินดีต้อนรับและเปิดกว้างเต็มที่ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายไทยเท่านั้นครับ
ในมุมมองของผม การกวาดล้างนอมินีครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาทรัพยากรที่ดินบนเกาะสมุยและเกาะพะงันที่มีมูลค่าสูง แต่ยังเป็นการเรียกความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจที่ทำถูกกฎหมายอีกด้วย หวังว่าการขยายผลครั้งนี้จะนำไปสู่ความโปร่งใสในภาคอสังหาริมทรัพย์และการท่องเที่ยวบ้านเราอย่างยั่งยืนครับ
ที่มา – ค้นเครือข่ายต้องสงสัยใช้นอมินีถือครองที่ดินสมุย-พะงัน ที่ตั้งเดียวจดทะเบียนนับร้อย





