จเรตำรวจแห่งชาติ นำคณะผู้แทนนานาประเทศหารือ “Warroom IAC” ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พร้อมพาลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรีตรวจดูฐานปฏิบัติการ ปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์อย่างจริงจัง
เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) หรือ International Anti-Scam and Human Trafficking Syndicate Command Center (Warroom IAC) นำคณะผู้แทนนานาประเทศที่มาร่วมประชุมหารือด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เกี่ยวเนื่องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของหน่วยบังคับใช้กฎหมายจากต่างประเทศ และเจ้าหน้าที่จากองค์กรระหว่างประเทศ ลงพื้นที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ต.คลองใหญ่ อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี เพื่อรับฟังการสรุปสถานการณ์และการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในพื้นที่ จ.จันทบุรี
โดยมีนายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี, พล.ร.ต.ชรัมม์ภากร พรหมภากร ผู้บัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด, พล.ต.ต.พงษ์สยาม มีขันทอง รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว/รอง ผบ.ศกค., พล.ต.ต.ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี, พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4, พล.ต.ต.ทรงกลด เกริกกฤตยา ผู้บังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ และคณะ ร่วมประชุมสรุปสถานการณ์
จากนั้น พล.ต.อ.ธัชชัย ได้นำคณะลงพื้นที่ชายแดนไทย–กัมพูชา บริเวณช่องทางธรรมชาติใกล้เมืองไพลิน ประเทศกัมพูชา เพื่อตรวจสอบมาตรการป้องกันการลักลอบข้ามแดน และรับฟังรายงานจุดที่กลุ่มแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้เป็นฐานปฏิบัติการ โดยพบว่ามีอาคารสูง รั้วรอบขอบชิดในฝั่งกัมพูชา ซึ่งมีชาวต่างชาติเข้าเช่าและใช้ประโยชน์เชื่อมโยงกับการกระทำผิด ทั้งนี้ฝ่ายไทยได้เข้มงวดในการตัดการลักลอบเชื่อมต่อสาธารณูปโภคจากฝั่งไทยไปยังพื้นที่ดังกล่าว ตามมาตรการ “ระเบิดสะพานโจร” หรือการตัดสาธารณูปโภคที่อาจเอื้อประโยชน์แก่กลุ่มอาชญากรรม
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้มีแนวโน้มความพยายามลักลอบข้ามแดนในพื้นที่ จ.จันทบุรีเพิ่มขึ้น แต่ฝ่ายไทยได้เพิ่มมาตรการเฝ้าระวังเข้มข้น และดำเนินการส่งข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานที่ตั้งกลุ่มอาชญากรรมให้แก่ทางการกัมพูชาแล้ว โดยปลายเดือนกันยายนนี้ ทางการกัมพูชาจะนำ Action Plan มานำเสนอในการประชุมร่วมไทย–กัมพูชาครั้งต่อไป
นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ยังย้ำว่า Warroom IAC เป็นความร่วมมือระหว่างหลายหน่วยงานในไทยและนานาชาติ โดยการประชุมครั้งนี้ถือเป็นเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและการค้ามนุษย์ที่เกี่ยวข้องกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งยังมีเหยื่อจำนวนมากในหลายประเทศ ไทยในฐานะศูนย์กลางประสานงาน จะเดินหน้าสร้างเครือข่ายข้อมูลที่เข้มแข็ง รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งเป้าหมายสูงสุดในการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดสิ้น
จเรตำรวจแห่งชาติ นำคณะผู้แทนต่างประเทศหารือ “Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์
การหารือ “Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์ ครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศในการต่อต้านภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก การแลกเปลี่ยนข้อมูลและประสบการณ์ระหว่างหน่วยงานต่างๆ จะช่วยให้สามารถพัฒนากลยุทธ์และมาตรการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมเหล่านี้
ความสำคัญของ “Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์
“Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์ มีบทบาทสำคัญในการเป็นศูนย์กลางประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อให้การดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การมี Warroom IAC ช่วยให้การทำงานมีความรวดเร็วและแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การลงพื้นที่ชายแดนจันทบุรีเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการตรวจสอบและป้องกันการใช้พื้นที่ชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การตัดการเชื่อมต่อสาธารณูปโภคเป็นมาตรการที่สำคัญในการลดทอนศักยภาพของกลุ่มอาชญากรรมเหล่านี้
การที่ทางการกัมพูชาจะนำ Action Plan มานำเสนอในการประชุมร่วมไทย–กัมพูชาครั้งต่อไป แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน ความร่วมมือในระดับภูมิภาคเป็นสิ่งจำเป็นในการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติอย่างแก๊งคอลเซ็นเตอร์
สรุปได้ว่าการหารือ “Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์ เป็นก้าวสำคัญในการต่อสู้กับภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศ การใช้เทคโนโลยี และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด เป็นปัจจัยสำคัญในการปกป้องประชาชนจากอาชญากรรมเหล่านี้ การจัดการกับปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน
ดังนั้น “Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์ คือกลไกสำคัญที่จะช่วยให้เราสามารถจัดการกับภัยคุกคามจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เราทุกคนควรตระหนักถึงภัยอันตรายนี้ และร่วมมือกันในการป้องกันและแจ้งเบาะแสหากพบเห็นการกระทำที่น่าสงสัย เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
ที่มา – จเรตำรวจแห่งชาติ นำคณะผู้แทนต่างประเทศหารือ “Warroom IAC” ปราบคอลเซ็นเตอร์





