ณัฐพล ซัดร่างแก้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-โรงแรม สร้างปมใหม่
กลายเป็นประเด็นร้อนในสภาฯ ทันที เมื่อ “ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล” สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ร่างแก้ไขกฎหมายสำคัญอย่าง พ.ร.บ.คนเข้าเมือง และ พ.ร.บ.โรงแรม อย่างเผ็ดร้อน โดยมองว่าสิ่งที่รัฐบาลกำลังพยายามผลักดันนั้นเข้าข่าย ณัฐพล ซัดร่างแก้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-โรงแรม สร้างปมใหม่ และไม่ได้เป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนแต่อย่างใด
ในการชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ นายณัฐพลได้ชี้ให้เห็นถึงความบกพร่อง 3 ประการหลักที่อาจส่งผลกระทบต่อทั้งระบบการท่องเที่ยวและความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะการผลักภาระให้ผู้ประกอบการรายย่อยที่ทำธุรกิจที่พักแบบไม่เป็นทางการให้ต้องเผชิญกับบทลงโทษที่หนักเกินจริง
ทำไม ณัฐพล ซัดร่างแก้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-โรงแรม สร้างปมใหม่?
ปัญหาที่ถูกหยิบยกขึ้นมามีดังนี้ครับ:
- การยกเลิกมาตรา 37 (2): การตัดอำนาจ ตม. ในการจัดการชาวต่างชาติที่แจ้งที่อยู่เท็จ ทำให้ช่องโหว่ในการติดตามกลุ่มทุนสีเทาขยายกว้างขึ้น
- ผลักภาระให้ผู้ประกอบการ: การเปลี่ยนวิธีการรายงานตัวของชาวต่างชาติทำให้เจ้าของที่พักต้องแบกภาระในการติดตามข้อมูลมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันระบบยังไม่เอื้ออำนวย
- โครงสร้างค่าปรับที่ไม่เป็นธรรม: การลงโทษรายย่อยที่ปรับตามหัวคน แต่รายใหญ่อย่างโรงแรมจดทะเบียนกลับปรับเป็นรายครั้ง ทำให้รายเล็กเสียเปรียบอย่างมาก
หากวิเคราะห์ตามที่ ณัฐพล ซัดร่างแก้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-โรงแรม สร้างปมใหม่ จะเห็นได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ดูเหมือนจะไม่ได้มุ่งเน้นการอำนวยความสะดวกที่แท้จริง แต่กลับเป็นการสร้างเงื่อนไขที่ซับซ้อนและทำร้ายผู้ประกอบการรายเล็กที่มีทุนจำกัด ให้ต้องมารับภาระจากกฎระเบียบที่ก้ำกึ่งและไม่ยุติธรรม ในฐานะคนทำงานด้านนโยบาย การแก้ปัญหาควรเริ่มจากการแก้ที่ต้นเหตุ ไม่ใช่การโยนภาระให้ประชาชนคนตัวเล็กต้องมาแบกรับโทษปรับหลักหมื่นเพียงเพราะความผิดพลาดในการรายงานข้อมูลที่ไม่ใช่ความตั้งใจ
ท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้คงยังไม่จบลงง่ายๆ ในสภาฯ เพราะทางพรรคประชาชนยืนยันจะสู้ต่อเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนให้ถึงที่สุด เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า รัฐบาลจะรับฟังเสียงสะท้อนนี้หรือไม่ หรือจะเดินหน้าผลักดันกฎหมายที่มีช่องโหว่ต่อไป คุณมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้ สามารถแลกเปลี่ยนมุมมองกันได้เลยครับ
ที่มา – “ณัฐพล” ซัดร่างแก้ พ.ร.บ.คนเข้าเมือง-โรงแรม “แก้ไขน้อย ไม่แก้ปัญหา แถมสร้างเงื่อนปมใหม่”


