อากาศร้อนระอุกำลังมาเยือนประเทศไทยอย่างหนักหน่วงในปี 2569 โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่คาดการณ์ว่า ดัชนีความร้อน จะอยู่ในระดับเตือนภัยและอาจรุนแรงถึงขั้นอันตรายมาก อุณหภูมิแบบที่ร่างกายรู้สึกจริงอาจพุ่งสูงถึง 33.0–52.0 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาดูข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและคำแนะนำในการป้องกันตัวเองกันครับ
ดัชนีความร้อน คืออะไร และทำไมต้องเฝ้าระวัง
ดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือค่าความร้อนที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกได้จริง (Feel Like) ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศธรรมดา แต่คำนวณจากอุณหภูมิรวมกับความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวยิ่งกว่าเดิม เช่น อุณหภูมิ 35 องศา แต่ความชื้นสูง ร่างกายอาจรู้สึกราวกับ 45 องศาเลยทีเดียว ในปีที่ผ่านมา ไทยเคยเจอจุดสูงสุดที่ 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 ราย ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าปีนี้สถานการณ์อาจยิ่งหนักหน่วงขึ้น
จากข้อมูลของนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ระบุว่าปี 2569 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่ดัชนีความร้อนอาจทะลุระดับอันตราย สภาพอากาศแบบนี้ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา แต่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น
แนวโน้มดัชนีความร้อน ปี 2569 จะรุนแรงแค่ไหน
คาดการณ์ช่วงเมษายน-พฤษภาคม
กรมอุตุนิยมวิทยาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่า ดัชนีความร้อน จะอยู่ในเกณฑ์เตือนภัย (33.0–41.9 °C) ไปจนถึงอันตรายมาก (>=52.0 °C) ซึ่งระดับเหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่นความร้อน ตะคริวจากความร้อน ลมแดด เพลียแดด และที่ร้ายแรงที่สุดคือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที
กลุ่มเสี่ยงหลัก ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ติดสุราเรื้อรัง ทุกคนควรเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ
7 วิธีป้องกันอันตรายจากดัชนีความร้อน สูงในปี 2569
รัฐบาลและหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ 7 วิธีง่ายๆ แต่ได้ผลดีในการปกป้องตัวเอง ดังนี้
- 1. ติดตามพยากรณ์อากาศและดัชนีความร้อนทุกวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00–16.00 น. ที่ร้อนที่สุด ใช้แอปหรือเว็บกรมอุตุฯ ช่วยได้
- 2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน ไม่รอให้กระหาย เพราะร่างกายสูญเสียน้ำมากในอากาศร้อน
- 3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำตาลสูง เช่น เบียร์ น้ำอัดลม เพราะทำให้ขาดน้ำยิ่งขึ้น
- 4. สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม ผ้าระบายอากาศ ใส่หมวก ร่มกันแดด ปกป้องผิวจากแสง UV
- 5. ระวังผลข้างเคียงจากยา ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาจิตเวช อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สังเกตอาการตัวเอง
- 6. ทำงานกลางแจ้งเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกัน หากมีอาการผิดปกติ
- 7. ผู้สูงอายุพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำบ่อย อยู่ในที่ร่มรื่น ถ่ายเทอากาศดี
หากเกิดอาการรุนแรง เช่น ผิวร้อนแดง ใจสั่นเร็ว ปวดหัว เวียนหัว สับสน ซึม หรือหมดสติ ให้รีบปฐมพยาบาลด้วยการประคบเย็นที่คอ รักแร้ ขาหนีบ แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที อย่ารอช้าเพราะอาจถึงตายได้
ขณะนี้กรุงเทพมหานครแจ้งเตือนดัชนีความร้อนในเกณฑ์เตือนภัยสำหรับวันที่ 18 มีนาคม 2569
- บุคคลทั่วไป: ลดกิจกรรมกลางแจ้ง 11.00–15.00 น.
- กลุ่มเสี่ยง: รีบพบแพทย์หากผิดปกติ
ติดตามคุณภาพอากาศได้ที่ airbkk.com และแอป AirBKK
ในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ การดูแลสุขภาพจาก ดัชนีความร้อน เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่าประมาท ลองนำ 7 วิธีนี้ไปปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในช่วงหน้าร้อน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างด้วยนะครับ!
ที่มา – “ดัชนีความร้อน” ปีนี้ 2569 แนวโน้มรุนแรงขึ้น เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด เม.ย. – พ.ค.


