เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีสำหรับสายเที่ยวและสายมู เมื่อนายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ลงพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อยกระดับให้ ดันวัดปราสาทภูฝ้าย ศรีสะเกษ สู่แลนด์มาร์กวัฒนธรรม-สายมู อย่างเต็มรูปแบบ งานนี้บอกเลยว่าศรีสะเกษเตรียมตัวเป็นจุดหมายปลายทางใหม่ที่ใครก็ห้ามพลาด
ดันวัดปราสาทภูฝ้าย ศรีสะเกษ สู่แลนด์มาร์กวัฒนธรรม-สายมู
การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ตั้งใจจะเปลี่ยนผ่านการท่องเที่ยวรูปแบบเดิม ไปสู่การท่องเที่ยวที่มีมูลค่าสูงขึ้น โดยการหยิบยกเอาความโดดเด่นของโบราณสถานอายุกว่าพันปีที่ตั้งอยู่บนภูเขาไฟดับสนิทมาเป็นจุดขายหลัก ซึ่งการ ดันวัดปราสาทภูฝ้าย ศรีสะเกษ สู่แลนด์มาร์กวัฒนธรรม-สายมู ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การโปรโมทสถานที่ธรรมดา แต่เป็นการผสานพลังของศรัทธาและประวัติศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว
เปิดโปรเจกต์สกายวอล์กบนภูเขาไฟโบราณ
ไฮไลต์ที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่ทุกคนรอคอยคือ โครงการก่อสร้างสกายวอล์ก (Skywalk) บนยอดภูฝ้าย ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวสามารถชมวิวปากปล่องภูเขาไฟโบราณได้แบบ 360 องศา เรียกได้ว่าเป็นการเปิดมุมมองใหม่ของการท่องเที่ยวอีสานใต้ที่สวยงามและแปลกตาเป็นอย่างมาก
- จุดเช็คอินสายมู: สักการะพระพุทธบาทภูฝ้าย เสริมสิริมงคลท่ามกลางธรรมชาติ
- จุดชมวิวสกายวอล์ก: สัมผัสทัศนียภาพเหนือปากปล่องภูเขาไฟหนึ่งเดียวในไทย
- การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: เรียนรู้ร่องรอยปราสาทขอมโบราณที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว
แผนการพัฒนาพื้นที่นี้ไม่ได้มองแค่เรื่องของการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การสร้างรายได้สู่ชุมชนบ้านภูฝ้าย ผ่านการเชื่อมโยงเส้นทางท่องเที่ยวอีสานใต้ ทำให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสวิถีชีวิตจริงและช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างมั่นคง การ ดันวัดปราสาทภูฝ้าย ศรีสะเกษ สู่แลนด์มาร์กวัฒนธรรม-สายมู ครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการปลุกเมืองรองให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์เมื่อไหร่ บอกเลยว่าศรีสะเกษจะกลายเป็นจังหวัดที่ติดอันดับต้องมาเยือนของนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาติแน่นอนครับ
ที่มา – “สุรศักดิ์” ดันวัดปราสาทภูฝ้าย ศรีสะเกษ สู่แลนด์มาร์กวัฒนธรรม-สายมู ชูสกายวอล์กภูเขาไฟโบราณ






