ข่าวใหญ่ในวงการการเมืองไทยกำลังร้อนแรง เมื่อ “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ ที่ดินสาธารณประโยชน์บริเวณหาดสวนยา อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี คดีนี้เป็นคดีพิเศษที่ 119/2566 ซึ่ง DSI กำลังสอบสวนอย่างเข้มข้น โดยเกี่ยวข้องกับนักการเมืองชื่อดังและธุรกิจครอบครัว
“ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ
คดีนี้เกิดจากพฤติกรรมบุกรุกที่ดินสาธารณะเพื่อขุดบ่อเก็บน้ำ 3 บ่อ รวมพื้นที่กว่า 16-1-58.4 ไร่ เพื่อนำน้ำไปใช้ในโรงงานผลิตแป้งมันของบริษัทเอกชนที่ครอบครัวเป็นเจ้าของ ที่ดินดังกล่าวเป็นพื้นที่เลี้ยงสัตว์ของประชาชนและติดริมแม่น้ำ จึงเป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ทุกคนใช้ร่วมกัน การกระทำดังกล่าวถือเป็นการยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์โดยมิชอบกฎหมาย
รายชื่อผู้ถูกออกหมายเรียกและข้อกล่าวหา
- นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล หรือ กำนันป้อ อดีตรัฐมนตรีช่วยฯ พ่อของสส.สุดาวรรณ
- นางยลดา หวังศุภกิจโกศล หรือ เจ๊หน่อย นายกอบจ.นครราชสีมา ภรรยาของนายวีรศักดิ์
- น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล รักษาการ รมว.พม. สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย
- บริษัทแป้งมันเอี่ยมอีสาน จำกัด โดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
ข้อหาที่ถูกแจ้งคือ ร่วมกันบุกรุก ยึดถือ ครอบครอง และทำประโยชน์โดยขุดบ่อน้ำในที่ดินรัฐ ที่สาธารณประโยชน์ และที่ป่า โดยไม่ได้รับอนุญาต ผิดตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 ประกอบ 108 ทวิ วรรคสอง, มาตรา 54, 55 ประกอบ 72 ตรี แห่ง พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ. 2484, มาตรา 360 และ 83 ประมวลกฎหมายอาญา
ล่าสุด เมื่อวันที่ 20 มี.ค. 2569 เวลา 08.30 น. DSI ออกหมายเรียกให้ทั้ง 4 รายเข้ารับทราบข้อหาที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กำหนดเวลา 10.00 น. นายวีรศักดิ์หรือกำนันป้อ เดินทางมาพร้อมทีมงานและปรากฏตัวต่อสื่อ โดยให้สัมภาษณ์สั้นๆ ว่า “ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่มาพบตามหมายเรียก เอกสารชี้แจงจะให้หลังเสร็จสิ้น” ขณะที่นางยลดาส่งเอกสารขอเลื่อน ส่วนน.ส.สุดาวรรณมีเอกสิทธิ์ สส. คุ้มครองเนื่องจากสมัยประชุมสภา ยังไม่แจ้งว่าจะมา یا ส่งทนาย

คดีนี้ยังเชื่อมโยงกับคดีพิเศษอื่นๆ เช่น คดีที่ 154/2562 ที่นายธรรมรงค์ ทองแดง ซึ่งมีหมายจับหลบหนี เป็นผู้ขายที่ให้บริษัทครอบครัวนี้ พบความสัมพันธ์ระหว่างนักการเมือง ธุรกิจ และนายทุนบุกรุกที่ดินสาธารณะ ก่อนหน้านี้ ผู้ถูกหาว่าพยายามส่งเอกสารขอความเป็นธรรม ทำให้การสอบสวนเลื่อนมาเรื่อยๆ แต่ DSI ตัดสินใจออกหมายเรียกใหม่เพื่อเร่งรัด
พื้นที่หาดสวนยาคือแหล่งทรัพยากรสำคัญของชาวบ้านในอุบลราชธานี การบุกรุกเช่นนี้ไม่เพียงกระทบสิทธิประชาชน แต่ยังเป็นตัวอย่างของปัญหาการใช้อำนาจและเส้นสายในการเมืองไทย คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการตรวจสอบทรัพย์สินนักการเมืองและธุรกิจครอบครัวอย่างโปร่งใส
ผู้เชี่ยวชาญกฎหมายชี้ว่า หากศาลรับฟ้อง คดีบุกรุกที่สาธารณะอาจนำไปสู่โทษจำคุกและปรับสูง โดยเฉพาะเมื่อเกี่ยวข้องกับนิติบุคคล นอกจากนี้ เอกสิทธิ์ สส.ของน.ส.สุดาวรรณอาจถูกวินิจฉัยโดยศาลรัฐธรรมนูญหากจำเป็น
ในมุมมองของผู้เขียน คดี “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ นี้เป็นบทเรียนสำคัญให้ประชาชนตื่นตัวกับการใช้วิถีชีวิตนักการเมือง คุณคิดอย่างไรกับคดีนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความเพื่อติดตามความคืบหน้า!
ที่มา – “ดีเอสไอ” ออกหมายเรียก “สส.สุดาวรรณ” และครอบครัว รับทราบข้อหาปมรุกที่สาธารณะ



