ตำรวจขอข้อมูลเส้นเงิน 10 ปีย้อนหลัง บก.ปปป. และ บก.ป. เตรียมถกทิศทางคดี 'พระคึกฤทธิ์'

ตำรวจขอเส้นเงิน 10 ปี คดีพระคึกฤทธิ์

ตำรวจขอข้อมูลเส้นเงิน 10 ปีย้อนหลัง บก.ปปป. และ บก.ป. เตรียมถกทิศทางคดี “พระคึกฤทธิ์”

คดีความผิดของพระคึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง กำลังเป็นที่สนใจของสังคมอย่างมาก หลังจากตำรวจขอข้อมูลเส้นเงิน 10 ปีย้อนหลัง เพื่อตรวจสอบพฤติกรรมทุจริตและยักยอกเงินวัด ล่าสุด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เผยว่ากำลังเตรียมเรียกกองปราบและ บก.ปปป. มาร่วมหารือความคืบหน้าในคดีนี้ โดยธนาคารจะส่งข้อมูลเส้นทางการเงินให้ในสัปดาห์หน้า การดำเนินการครั้งนี้ยืนยันว่าจะทำอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความกระจ่างแก่ประชาชน

ตำรวจขอข้อมูลเส้นเงิน 10 ปีย้อนหลัง

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 ที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ได้ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าของคดีพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล ซึ่งถูกสงสัยว่ามีพฤติกรรมทุจริต โดยเฉพาะการนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว การสอบปากคำนางกัญญาภัค ชไนเดอร์ หรือสีกายุ ในครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากก่อนหน้านี้เธอเคยมาแจ้งความร้องทุกข์แล้ว การพูดคุยครั้งล่าสุดมุ่งเน้นไปที่เอกสารหลักฐานเพิ่มเติมที่นำมามอบให้พนักงานสอบสวน

เอกสารที่เกี่ยวข้องครอบคลุมความเคลื่อนไหวของเงินตั้งแต่กองทุนมูลนิธิไปจนถึงปลายทาง โดยเจ้าหน้าที่จะตรวจสอบทีละขั้นตอน ตั้งแต่เงินออกจากบัญชีวัด ผ่านบุคคลอื่นๆ จนถึงกองทุนต่างๆ เพื่อดูว่าส่วนไหนเข้าข่ายความผิด เช่น การนำเงินวัดไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือเกี่ยวข้องกับคดีนอกราชอาณาจักร นอกจากนี้ ยังต้องสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติมเพื่อรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน

ขณะนี้ ตำรวจกองปราบได้ประสานงานกับธนาคารต่างๆ เพื่อขอเดินบัญชีย้อนหลังเกือบ 10 ปี คาดว่าจะได้รับข้อมูลเริ่มต้นในวันจันทร์หน้า การตรวจสอบนี้จะช่วยให้เห็นภาพรวมของการเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ผู้ต้องหาอาจเกี่ยวข้องกับการโอนเงินจำนวนมาก ซึ่งหากพบความผิดพลาด จะดำเนินคดีตามกฎหมายทันที

การโอนคดีและการหารือทิศทาง

คดีที่เคยแจ้งความกับกองปราบปรามไว้ ได้รับการอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาให้โอนสำนวนทั้งหมดมาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกองกำกับการ 2 บก.ปปป. และในวันอังคารที่จะถึงนี้ ตำรวจ บก.ปปป. และกองปราบ จะประชุมร่วมกันเพื่อกำหนดทิศทางการสืบสวนเพิ่มเติม การโอนคดีนี้แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการจัดการกับคดีทุจริตที่เกี่ยวข้องกับวัดและพระสงฆ์

นอกจากประเด็นเส้นเงินแล้ว ยังมีข้อสงสัยอื่นๆ เช่น การโอนชื่อผู้ครอบครองที่ดินวัดที่ได้จากการบริจาคของญาติโยมไปเป็นชื่อของพระคึกฤทธิ์เอง รวมถึงการนำเงินวัดไปซื้อรถหรูให้คนใกล้ชิด พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ชี้แจงว่าสำหรับเรื่องที่ดิน มีการฟ้องร้องจบไปแล้ว แต่ตำรวจต้องตรวจสอบว่าการกระทำดังกล่าวผิดกฎหมายหรือไม่ เช่นเดียวกับเรื่องรถยนต์และเงินกฐิน ที่จะถูกสอบสวนอย่างละเอียด

เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมา แต่ขอเวลารวบรวมหลักฐานให้ครบถ้วน โดยตอนนี้หลักฐานที่ได้ยังเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น ต้องรอผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและสอบพยานจากบริษัทต่างๆ ก่อน ส่วนการเชิญพระคึกฤทธิ์มาสอบปากคำ ยังไม่ใช่ช่วงเวลานี้ เนื่องจากต้องมีพยานหลักฐานที่แน่นหนาก่อน

  • การประสานธนาคารเพื่อขอข้อมูล 10 ปี
  • การโอนสำนวนคดีมาที่ บก.ปปป.
  • การหารือร่วมระหว่างหน่วยงานตำรวจ
  • การตรวจสอบที่ดิน รถยนต์ และเงินกฐิน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นการคุกคามสีกายุ พยานสำคัญในคดี ตำรวจรับปากว่าจะช่วยเหลือและสอบถามรายละเอียด เช่น รูปถ่ายและทะเบียนรถ เพื่อตรวจสอบตัวผู้กระทำผิดและความเกี่ยวข้อง คดีนี้ไม่เพียงสะท้อนปัญหาการทุจริตในวัดเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนให้สังคมตระหนักถึงการบริจาคและการบริหารจัดการเงินวัดให้โปร่งใส

การสืบสวนคดีพระคึกฤทธิ์นี้คาดว่าจะมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง หากประชาชนมีข้อมูลเพิ่มเติม สามารถแจ้งเบาะแสได้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อช่วยให้คดีคลี่คลายเร็วขึ้น ในมุมมองของผู้เขียน คดีนี้เป็นตัวอย่างที่ดีในการบังคับใช้กฎหมายกับทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ผู้มีสถานะทางสังคม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – ตำรวจขอข้อมูลเส้นเงิน 10 ปีย้อนหลัง บก.ปปป. และ บก.ป. เตรียมถกทิศทางคดี “พระคึกฤทธิ์”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: