ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดเส้นตายให้กองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการปิดล้อมทางทะเล สกัดกั้นเรือทุกลำที่เข้าหรือออกจากท่าเรืออิหร่าน ทำให้เกิดความกังวลเรื่องผลกระทบต่อการค้าทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่อาจพุ่งสูง

ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

เส้นตายที่ทรัมป์กำหนดคือเวลา 10.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ วันจันทร์ที่ 13 ม.ค. 2569 หรือ 21.00 น. ตามเวลาไทย โดยทรัมป์โพสต์ผ่าน Truth Social ว่า สหรัฐฯ จะเริ่ม “ปิดล้อมเรือที่เดินทางเข้าหรือออกจากท่าเรือของอิหร่าน” ทันทีที่ครบกำหนด ประกาศนี้มาหลังจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านทวีความรุนแรง โดยอิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและละเมิดข้อตกลงนิวเคลียร์

กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ออกประกาศเตือนผู้เดินเรือทั่วโลกว่า การปิดล้อมครอบคลุมชายฝั่งทั้งหมดของอิหร่าน รวมถึงอ่าวโอมานและทะเลอาหรับทางตะวันออกของช่องแคบฮอร์มุซ เรือทุกลำทุกสัญชาติที่เข้า-ออกโดยไม่ได้รับอนุญาต อาจถูกสกัดกั้น เปลี่ยนเส้นทาง หรือยึดเรือได้ อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นสำหรับสินค้าส่งความช่วยเหลือมนุษยธรรม เช่น อาหารและยา แต่ต้องผ่านการตรวจสอบอย่างเข้มงวด

ผลกระทบจากการสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

ปฏิบัติการนี้จะส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก เพราะช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ คิดเป็น 20% ของน้ำมันโลก หากเกิดการปิดล้อม ราคาน้ำมันอาจทะยานสู่ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที ส่งผลให้ราคาน้ำมันในไทยและทั่วเอเชียปรับตัวสูงขึ้น ผู้ส่งออกสินค้าไทยที่พึ่งพาเส้นทางนี้ก็ต้องปรับแผนขนส่ง

  • กระทบการค้าอินเตอร์เนชั่นแนล: เรือสินค้าจากจีน อินเดีย ต้องเลี่ยงเส้นทาง
  • ราคาน้ำมันพุ่ง: ส่งผลต่อค่าครองชีพทั่วโลก
  • ความเสี่ยงสงคราม: อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยขีปนาวุธ
  • มนุษยธรรม: สินค้าจำเป็นอาจล่าช้า

การตอบโต้จากอิหร่านและกองกำลัง IRGC

กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ของอิหร่านประกาศเตือนล่วงหน้าว่า เรือรบสหรัฐฯ ที่เข้าใกล้ช่องแคบฮอร์มุซจะถูก “ตอบโต้อย่างรุนแรง” อิหร่านมีประวัติการยึดเรือต่างชาติมาแล้วหลายครั้ง เช่น เรือบรรทุกน้ำมันสติม ซิตี้ในปีก่อน สถานการณ์นี้คล้ายวิกฤตปี 2019 ที่เกิดการโจมตีเรือในทะเลอาหรับ

นอกจากนี้ อิหร่านยังขยายกำลังทางเรือ โดยมีเรือเร็วและเรือดำน้ำจำนวนมาก เตรียมพร้อมปิดช่องแคบฮอร์มุซ หากสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการจริง ซึ่งอาจนำไปสู่การเผชิญหน้าทางทหารครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่สงครามอิรัก

背景และสาเหตุของความขัดแย้ง

ความตึงเครียดนี้เริ่มจากนโยบาย “แรงกดดันสูงสุด” ของทรัมป์ที่ถอนตัวจากข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ในปี 2018 จากนั้นอิหร่านถูกคว่ำบาตรหนัก ส่งผลให้รายได้น้ำมันลดลง 90% ล่าสุด อิหร่านถูกกล่าวหาว่าโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและสนับสนุนฮูธีในเยเมน ทำให้ทรัมป์ตัดสินใจใช้มาตรการทางทะเล

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า สหรัฐฯ ต้องการกดดันอิหร่านให้กลับสู่โต๊ะเจรจา แต่เสี่ยงจุดชนวนสงครามใหญ่ โดยชาติพันธมิตรอย่างซาอุดีอาระเบียและอิสราเอลสนับสนุนเต็มที่ ขณะที่จีนและรัสเซียประณามสหรัฐฯ

สถานการณ์ยังไม่แน่ชัดว่ากองทัพเรือสหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการแล้วหรือไม่ แต่เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln และกองเรือที่ 5 ในบาห์เรนพร้อมรบแล้ว

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากไม่มีการเจรจา อาจนำไปสู่ราคาน้ำมันพุ่งและวิกฤตเศรษฐกิจโลก แนะนำให้ประชาชนไทยติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และเตรียมรับมือราคาน้ำมันที่อาจแพงขึ้น คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – ถึงเส้นตายแล้ว กองทัพเรือสหรัฐฯ จ่อเริ่มสกัดเรือเข้า-ออกท่าเรืออิหร่าน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: