ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ พบกับประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนที่ทำเนียบขาว เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามยูเครน–รัสเซีย หลังประสบความสำเร็จกับข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา อย่างไรก็ตาม การส่งมอบจรวดโทมาฮอว์กอาจทำให้สถานการณ์ยิ่งบานปลาย
เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา ได้เปิดทำเนียบขาวต้อนรับนายโวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางในการยุติสงครามยูเครน–รัสเซีย ซึ่งยืดเยื้อมานานกว่า 3 ปีแล้ว โดยการประชุมครั้งนี้จัดขึ้นในบรรยากาศที่เป็นทางการในรูปแบบ “working lunch” ภายหลังจากที่ทรัมป์เพิ่งประสบความสำเร็จในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงในตะวันออกกลาง
ในการหารือครั้งนี้ เซเลนสกีได้แสดงความยินดีกับทรัมป์สำหรับบทบาทของเขาในการผลักดันข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซา พร้อมกล่าวว่า “ผมคิดว่าเราสามารถยุติสงครามยูเครน–รัสเซียนี้ได้ หากเราได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐอเมริกา” นอกจากนี้ เขายังได้เสนอแนวคิดในการแลกเปลี่ยนโดรนที่ผลิตในยูเครนกับจรวดพิสัยไกล “โทมาฮอว์ก” (Tomahawk) จากสหรัฐฯ อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ได้เตือนว่า การส่งมอบจรวดชนิดนี้อาจทำให้สถานการณ์มีความตึงเครียดมากยิ่งขึ้น โดยกล่าวว่า “มันอาจนำไปสู่การยกระดับความรุนแรงครั้งใหญ่ และอาจเกิดเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ ตามมาได้อีกมากมาย”
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เคยส่งสัญญาณว่า เขาอาจพิจารณาที่จะมอบจรวดโทมาฮอว์กให้กับยูเครน แต่ภายหลังจากการสนทนาทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เขากล่าวว่า “เราก็จำเป็นต้องใช้มันเช่นกัน ซึ่งทำให้ผมยังไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดี”
ด้านทำเนียบขาวได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า ทรัมป์และปูตินได้ตกลงที่จะพบกันที่ประเทศฮังการีในเร็ว ๆ นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับแนวทางการทูตต่อไป โดยคณะที่ปรึกษาของทั้งสองฝ่ายจะเริ่มพูดคุยเพื่อเตรียมการสำหรับการประชุมครั้งนี้ตั้งแต่สัปดาห์หน้า
ทรัมป์พบเซเลนสกี หารือยุติสงครามยูเครน–รัสเซีย
เซเลนสกีเสนอแลกโดรนยูเครนกับจรวดโทมาฮอว์ก
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของนานาชาติในการหาทางออกให้กับความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในยูเครน การพบปะระหว่างทรัมป์และเซเลนสกีถือเป็นสัญญาณบวกที่อาจนำไปสู่การเจรจาและการประนีประนอมในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างในมุมมองระหว่างสหรัฐฯ และรัสเซียเกี่ยวกับบทบาทของจรวดโทมาฮอว์กยังคงเป็นประเด็นที่ต้องแก้ไข การตัดสินใจของทรัมป์ว่าจะส่งมอบอาวุธดังกล่าวให้กับยูเครนหรือไม่ จะมีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อทิศทางของสงคราม
- การที่ทรัมป์เข้ามามีบทบาทในการเจรจาหยุดยิงในฉนวนกาซา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสหรัฐฯ ในการแก้ไขความขัดแย้งระหว่างประเทศ
- การหารือระหว่างทรัมป์และเซเลนสกีเป็นโอกาสอันดีในการสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันสำหรับวิกฤตในยูเครน
- การที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะจัดการประชุมระหว่างทรัมป์และปูตินในอนาคตอันใกล้นี้ แสดงให้เห็นถึงความหวังในการเจรจาและการประนีประนอม
การยุติสงครามยูเครน–รัสเซียไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยความพยายามและความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังคงมีความหวังว่าสันติภาพจะสามารถเกิดขึ้นได้ในที่สุด
การหารือระหว่างผู้นำสหรัฐฯ และยูเครนครั้งนี้เป็นก้าวสำคัญในการแสวงหาทางออกทางการทูตสำหรับความขัดแย้งที่ซับซ้อนนี้ แม้จะมีความท้าทายรออยู่ข้างหน้า แต่การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของสหรัฐฯ และความเต็มใจของทุกฝ่ายในการเจรจา จะเป็นปัจจัยสำคัญในการนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน
ที่มา – “ทรัมป์” พบ “เซเลนสกี” ที่ทำเนียบขาว หารือยุติสงครามยูเครน–รัสเซีย


