กรณีนรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมายกำลังเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองไทย โดยนายนรเศรษฐ์ นาหนองตูม ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2567 เพื่อท้าทายคำสั่งของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เกี่ยวกับการออกแบบ พิมพ์ และใช้บัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ทนายยืนยันว่าคำสั่งนี้เป็นคำสั่งทางปกครองที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะบัตรเลือกตั้งที่มีบาร์โค้ดหรือ QR Code สามารถสืบย้อนกลับไปยังต้นขั้วบัตรและตัวผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ ซึ่งจะทำให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ ตรงข้ามกับหลักรัฐธรรมนูญ

นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย
เหตุผลหลักที่นำไปสู่การยื่นฟ้องครั้งนี้มาจากระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ซึ่งให้อำนาจ กกต. ออกคำสั่งในการออกแบบและใช้บัตรเลือกตั้ง แต่คำสั่งดังกล่าวกลับมีบาร์โค้ดหรือ QR Code ที่เชื่อมโยงข้อมูลได้ ทำให้ละเมิดหลักการเลือกตั้งที่ต้องเป็นความลับตามรัฐธรรมนูญมาตรา 101 และกฎหมายการเลือกตั้ง นายนรเศรษฐ์ชี้แจงว่าหากศาลวินิจฉัยว่าคำสั่งไม่ชอบกฎหมาย การใช้บัตรเลือกตั้งดังกล่าวในการเลือกตั้งทั้งหมดก็จะตกเป็นโมฆะ ส่งผลให้ต้องเลือกตั้งใหม่ และห้ามใช้บัตรแบบเดิมที่สืบค้นได้
เหตุผลที่คำสั่ง กกต. ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
- ละเมิดความลับการเลือกตั้ง: QR Code หรือบาร์โค้ดช่วยสืบย้อนไปยังต้นขั้วบัตรและชื่อผู้มีสิทธิ ทำให้ทราบว่าผู้ใดเลือกใคร ซึ่งขัดเจนต่อรัฐธรรมนูญ
- เป็นคำสั่งทางปกครอง: อยู่ในอำนาจศาลปกครองกลางพิจารณา ไม่ใช่เรื่องรัฐธรรมนูญโดยตรง
- ขอคุ้มครองชั่วคราว: ระงับการประกาศผลเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพื่อรอคำวินิจฉัย
ศาลปกครองกลางมีอำนาจไต่สวนข้อเท็จจริง โดยนายนรเศรษฐ์เตรียมพยานผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีเพื่อพิสูจน์ว่าบัตรเลือกตั้งทั้งสองแบบ (ที่มีและไม่มี QR Code) แบบใดที่เสี่ยงต่อการสืบข้อมูล หากศาลเห็นว่าหลักฐานเพียงพอ คำสั่งอาจออกมาเร็ว
อ้างอิงคำพิพากษาศาลปี 2549 สนับสนุนกรณีนี้
กรณีนรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมายยึดหลักคำพิพากษาศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขแดง 607-608/2549 ที่วินิจฉัยว่า หากการลงคะแนนสามารถคาดเดาได้ง่ายว่าผู้ลงคะแนนเลือกใคร การเลือกตั้งนั้นไม่เป็นความลับ เช่นเดียวกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 9/2549 ที่ระบุชัด เพียงแค่อยู่ในวิสัยที่ล่วงรู้ได้ ก็ขัดเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานว่ามีคนล่วงรู้จริง เพียงความเป็นไปได้ก็พอ
ประเด็นนี้เคยเกิดขึ้นในอดีต ทำให้ กกต. ต้องปรับปรุงบัตรเลือกตั้งเพื่อรักษาความลับ ปัจจุบันการเพิ่มเทคโนโลยีอย่าง QR Code เพื่อป้องกันการปลอมแปลง กลับถูกท้าทายว่าอาจสร้างช่องโหว่ใหม่ นำไปสู่ข้อสงสัยในความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ซึ่งเป็นหัวใจของประชาธิปไตย การฟ้องร้องครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่เป็นการปกป้องสิทธิพื้นฐานของประชาชนในการเลือกตั้งอย่างอิสระและลับ
นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบกว้างขวาง หากศาลรับคำร้อง อาจต้องเลื่อนประกาศผลเลือกตั้ง สร้างความล่าช้าในการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ สะท้อนปัญหาการเตรียมความพร้อมของ กกต. ในยุคดิจิทัลที่เทคโนโลยีช่วยได้แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิ
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากศาลวินิจฉัย
- สั่งยกเลิกคำสั่ง กกต. และห้ามใช้บัตรเลือกตั้งเดิม
- ต้องเลือกตั้งใหม่ในเขตที่เกี่ยวข้อง
- เสริมสร้างมาตรฐานความลับการเลือกตั้งในอนาคต
กรณีนี้เป็นบทเรียนสำคัญให้หน่วยงานรัฐต้องถ่วงดุลระหว่างเทคโนโลยีกับสิทธิพลเมือง คุณผู้อ่านล่ะคิดเห็นอย่างไร หากบัตรเลือกตั้งมี QR Code จริงๆ จะยอมรับได้หรือไม่ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งไทยแค่ไหน
สรุปแล้ว นรเศรษฐ์ ฟ้องศาลปกครอง คำสั่งบัตรเลือกตั้ง กกต ไม่ชอบกฎหมาย เป็นการต่อสู้เพื่อรักษาหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ติดตามพัฒนาการคดีนี้กับเรา และแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองกันครับ!
ที่มา – “นรเศรษฐ์” ฟ้องศาลปกครองกลาง คำสั่งให้ออกแบบ-ใช้บัตรเลือกตั้งของ กกต. ไม่ชอบด้วย กม.


