สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้ นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ กลายเป็นวาระเร่งด่วนของไทย เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามสถานการณ์พลังงานและหาช่องทางนำเข้าน้ำมันดิบจากแหล่งอื่นเพิ่มเติม หวั่นว่าจะกระทบหนักต่อการนำเข้าของไทยหลังจากช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด
นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ
การประชุมครั้งนี้จัดขึ้นเวลา 14.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล โดยมีผู้เข้าร่วมสำคัญหลายท่าน เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบจากการสู้รบที่รุนแรงขึ้นในภูมิภาค สถานการณ์เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตั้งแต่วันเสาร์ถึงจันทร์ ทำให้ต้องกำหนดมาตรการรับมือทันที ปัจจุบันไทยนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางประมาณครึ่งหนึ่ง และจากแหล่งอื่นอีกครึ่งหนึ่ง นายกรัฐมนตรีจึงสั่งให้แยกข้อมูลแหล่งนำเข้าอื่นๆ ให้ชัดเจน
ผู้เข้าร่วมประชุมสำคัญ
- นายพิพัฒน์ รัชกิจปราการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไทย
- นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
- นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน
- นางมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม
- นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์)
- นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)
- นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา
นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากรายงานเมื่อวาน (4 มี.ค.) เดือนมีนาคมยังไม่กระทบมากนัก แต่ตัวเลขนำเข้าจะเริ่มลดลง สถานการณ์รุนแรงขึ้นมาก จึงต้องเร่งหามาตรการ โดยมอบหมายให้นายอรรถพลและนายพิพัฒน์ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าน้ำมัน คิดหาวิธีลดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศไทยต้องเจรจากับประเทศอื่นๆ เพื่อสั่งซื้อน้ำมันดิบและเชื้อเพลิงอื่นๆ เพิ่มเติม สร้างความมั่นใจให้ประชาชน
ช่องแคบฮอร์มุซสำคัญอย่างไรต่อไทย
ช่องแคบฮอร์มุซเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่น้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกต้องผ่าน ช่องแคบนี้เชื่อมอ่าวเปอร์เซียกับอ่าวโอมาน หากปิดจะกระทบการขนส่งน้ำมันทั่วโลกโดยตรง ไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้าถึง 80-90% จะได้รับผลกระทบรุนแรง ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูง ค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าน้ำมันรถยนต์ ค่าไฟฟ้า และราคาสินค้าทุกประเภทจะปรับตัวตาม
แหล่งนำเข้าน้ำมันดิบทางเลือกของไทย
- สหรัฐอเมริกา – ผู้ผลิตน้ำมันชั้นนำ Shale Oil เพิ่มขึ้น
- รัสเซีย – แม้มีมาตรการคว่ำบาตร แต่ยังเป็นแหล่งใหญ่
- เวียดนามและมาเลเซีย – แหล่งในภูมิภาคใกล้เคียง
- สิงคโปร์ – ศูนย์กลางซื้อขายและกลั่นน้ำมัน
- อาเซอร์ไบจานและคาซัคสถาน – จากทะเลแคสเปียน
การกระจายแหล่งนำเข้าจะช่วยลดความเสี่ยงได้ หากรัฐบาลเจรจาสำเร็จ นอกจากนี้ ยังควรเร่งพัฒนาพลังงานทดแทน เช่น โซลาร์ ลม และยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันในระยะยาว
โดยรวมแล้ว นายกฯ เรียกถกนำเข้าน้ำมันดิบ ปิดช่องแคบฮอร์มุซ แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวของรัฐบาลต่อวิกฤตพลังงาน การประชุมครั้งนี้คาดว่าจะนำไปสู่มาตรการที่ชัดเจน ลดผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยได้ทันท่วงที ในมุมมองของผู้เขียน การกระทำอย่างรวดเร็วแบบนี้เป็นสัญญาณดี ช่วยรักษาเสถียรภาพราคาพลังงานและชีวิตประชาชน คุณคิดว่ามาตรการใดจะได้ผลมากที่สุด? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้คนอื่นรับรู้สถานการณ์ด้วยนะครับ
ที่มา – นายกฯ เรียกถกหาช่องทางนำเข้าน้ำมันดิบแหล่งอื่นเพิ่ม หวั่นกระทบหนักหลังปิดช่องแคบฮอร์มุซ








