เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวเกี่ยวกับสถานะทางการเงินของ การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กันมาบ้าง โดยล่าสุดมีประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ บอร์ด รฟท. ไฟเขียวกู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง ปี 70 เพื่อให้นำมาใช้ดำเนินงานต่อได้อย่างราบรื่น วันนี้เราจะมาสรุปประเด็นนี้ให้เข้าใจง่ายๆ กันครับ
บอร์ด รฟท. ไฟเขียวกู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง ปี 70
การตัดสินใจอนุมัติวงเงินกู้สูงถึง 18,000 ล้านบาทในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุผลนะครับ หลักๆ เป็นเพราะภาระค่าใช้จ่ายที่ รฟท. ต้องแบกรับ โดยเฉพาะเรื่องการซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าสายสีแดงที่จะเข้าสู่ช่วงการบำรุงรักษาใหญ่ (Major Overhaul) ตามแผนงานนั่นเอง
ทำไมต้องกู้เงิน? เจาะลึกเหตุผล บอร์ด รฟท. ไฟเขียวกู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง ปี 70
ปัญหาหลักที่หลายคนอาจยังไม่ทราบคือ รถไฟฟ้าสายสีแดงในปัจจุบันสร้างรายได้ประมาณ 300 ล้านบาทต่อปีเท่านั้น ในขณะที่ค่าดำเนินงานและค่าบำรุงรักษาในแต่ละปีนั้นสูงถึงหลายพันล้านบาท ทำให้เกิดผลขาดทุนปีละกว่า 700 ล้านบาท รฟท. จึงจำเป็นต้องมีเงินทุนสำรองเพื่อประคับประคองสภาพคล่องให้การเดินรถทำได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัยสำหรับผู้โดยสารทุกคน
อย่างไรก็ตาม ทาง รฟท. ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจครับ โดยมีแผนกลยุทธ์ที่น่าจับตามองเพื่อเพิ่มรายได้ ดังนี้:
- เพิ่มรายได้จากทรัพย์สิน: ตั้งเป้าขยับจาก 4,700 ล้านบาท เป็น 5,200 ล้านบาท
- ใช้เทคโนโลยี FMIS: นำระบบสารสนเทศด้านการเงินมาคำนวณต้นทุนให้แม่นยำ เพื่อสะท้อนราคาค่าบริการที่เหมาะสม
- คาดการณ์รายได้เดินรถ: แม้การขนส่งสินค้าบางประเภทจะลดลง แต่รายได้จากการเดินรถโดยสารมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การบริหารจัดการพื้นที่เชิงพาณิชย์และสินทรัพย์ให้เกิดมูลค่าสูงสุด ถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ รฟท. ลดการพึ่งพาการกู้ยืมในอนาคตได้ นี่เปรียบเสมือนการปรับตัวครั้งสำคัญขององค์กรที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของไทย เพื่อให้ก้าวทันต่อยุคสมัยและสร้างสมดุลทางการเงินให้ยั่งยืนครับ
ในมุมมองของผู้ใช้งานอย่างเรา แม้จะมีข่าวเรื่องการกู้เงิน แต่สิ่งที่เราคาดหวังคือการบริการที่มีคุณภาพและระบบรางที่ปลอดภัย หาก รฟท. สามารถเพิ่มรายได้จากทรัพย์สินได้ตามเป้าจริง เชื่อว่าสถานะทางการเงินขององค์กรจะแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอนครับ
ที่มา – บอร์ด รฟท. ไฟเขียวกู้เงิน 1.8 หมื่นล้าน เสริมสภาพคล่อง ปี 70 เหตุแบกขาดทุนสายสีแดง

