กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อล่าสุดมีข่าวการ บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไซเบอร์ได้รับแจ้งความจากหญิงสาวผู้เสียหาย จนนำไปสู่การจับกุมตัวผู้กระทำความผิดถึงที่พักในจังหวัดสกลนคร เรื่องราวนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ที่สำคัญมากสำหรับคนรุ่นใหม่และผู้ที่ใช้สื่อสังคมออนไลน์อยู่ในขณะนี้
บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล
เหตุการณ์ บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล ครั้งนี้ เกิดขึ้นหลังจากผู้ต้องหาวัย 23 ปี ถูกเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุมคาห้องพัก พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และมือถือจำนวนมาก ผู้ต้องหายอมรับสารภาพว่าทำไปเพราะความคึกคะนอง โดยมีการนำคลิปไปปล่อยในกลุ่มลับที่มีสมาชิกกว่าแสนคน ซึ่งเหตุการณ์นี้ไม่เพียงแต่ทำลายชีวิตของผู้เสียหาย แต่ยังสะท้อนถึงภัยเงียบของช่างภาพที่ไม่หวังดีต่อลูกค้าของตัวเองอีกด้วย
ภัยร้ายจากโลกออนไลน์และการแบล็กเมล
จากคำให้การและข้อมูลของทนายความ พบว่าคดี บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของขบวนการใหญ่ที่นำสื่อลามกไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือแม้กระทั่งการนำไปผูกกับเว็บพนันออนไลน์ ข้อมูลเหล่านี้ถูกจัดเก็บเป็นดิจิทัลดาต้าที่ยากจะลบออกไปได้หมด หากภาพถ่ายเหล่านั้นหลุดไปแล้ว ผลกระทบที่ตามมาอาจร้ายแรงถึงขั้นทำให้เหยื่อสูญเสียอนาคตและสุขภาพจิตอย่างรุนแรง
- ระมัดระวังการถ่ายภาพส่วนตัวหรือภาพลับเก็บไว้ในมือถือ
- ตรวจสอบประวัติช่างภาพก่อนที่จะรับงานถ่ายภาพส่วนตัว
- อย่าหลงเชื่อคำพูดหรือการข่มขู่จากอดีตคนรักหรือใครก็ตาม
- หากถูกแอบถ่ายหรือขู่แบล็กเมล ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที
สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ หลายกรณีเป็นเด็กนักเรียนมัธยมและนักศึกษาที่ไว้ใจช่างภาพ เพราะเห็นว่าเปิดเพจรับงานอย่างเป็นทางการ จึงอยากฝากเตือนไปยังน้องๆ ทุกคนว่า การเห็นว่าสนิทสนมหรือเป็นแฟนกัน ไม่ได้เป็นหลักประกันว่าภาพเหล่านั้นจะปลอดภัย หากวันหนึ่งความสัมพันธ์จบลง สิ่งเหล่านี้อาจกลายเป็นอาวุธที่ฝ่ายชายหยิบมาใช้ทำร้ายเราได้ทุกเมื่อ
สุดท้ายนี้ การดูแลตัวเองในโลกดิจิทัลเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด อย่าปล่อยให้ความไว้ใจหรือความใจอ่อนนำพาเราไปสู่จุดที่แก้ไขไม่ได้ หากเจอปัญหาถูกคุกคามทางเพศออนไลน์ ให้รวบรวมหลักฐานและเข้าพบเจ้าหน้าที่โดยเร็วที่สุด อย่าปล่อยให้คนผิดลอยนวลครับ
ที่มา – บุกรวบหนุ่มช่างภาพ ปล่อยภาพลับอดีตแฟนสาวลงโซเชียล อ้างทำไปเพราะความคึกคะนอง



