ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ ทรงศักดิ์มองการเมือง
กลายเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายคนให้ความสนใจ สำหรับกรณี ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง ซึ่งล่าสุดนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรีได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยมองว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการมองมุมต่างทางการเมืองที่ประชาชนต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด
นายทรงศักดิ์ระบุว่า ในประเด็นที่ดินเขากระโดง ทุกอย่างควรเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม เพราะขณะนี้ข้อพิพาทระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และประชาชนผู้ถือครองสิทธิ์ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น การจะตัดสินว่าใครผิดหรือถูกจึงต้องรอคำวินิจฉัยจากศาลเท่านั้น ซึ่งเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
เบื้องลึกการเมืองกับ ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง
สำหรับการเคลื่อนไหวของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่เดินทางไปถึงบ้านพักของนายเนวิน ชิดชอบ นั้น นายทรงศักดิ์มองว่าเป็นเรื่องของการแสดงจุดยืนทางการเมือง ซึ่งไม่ถือเป็นเรื่องแปลกในสังคมประชาธิปไตย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือความชัดเจนของเอกสารสิทธิ์ โดยนายทรงศักดิ์ได้เน้นย้ำรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- ที่ดินเขากระโดงมีเนื้อที่รวมกว่า 5,083 ไร่ ซึ่งไม่ได้อยู่ในความครอบครองของนายเนวินเพียงคนเดียว
- มีประชาชนและหน่วยงานราชการจำนวนมากที่มีเอกสารสิทธิ์และโฉนดที่ถูกต้องตามกฎหมายประกอบอยู่ด้วย
- การเคลื่อนไหวของนักการเมืองในขณะนี้เป็นเพียงประเด็นทางสังคม แต่ในแง่ของกฎหมายต้องวัดกันที่หลักฐานการครอบครองในชั้นศาล
หลายฝ่ายอาจตั้งคำถามว่า หากการเคลื่อนไหวนี้พุ่งเป้าไปที่นายเนวิน จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของพรรคภูมิใจไทยหรือไม่ นายทรงศักดิ์กล่าวในมุมมองที่เป็นกันเองว่า ตนเองไม่ทราบรายละเอียดในจุดนั้น และขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับตนโดยตรง ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ อาจจะเตรียมเข้าพบนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น ยิ่งเป็นเรื่องที่ต้องรอติดตามกันต่อไปว่าจะมีนัยสำคัญอย่างไร
หากเรามองภาพรวมของ ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง จะเห็นได้ว่านี่คือตัวอย่างของการเปลี่ยนประเด็นทางกฎหมายให้กลายเป็นสนามการเมือง การใช้กระบวนการศาลเพื่อยุติข้อขัดแย้งถือเป็นวิธีที่สง่างามที่สุด เพื่อไม่ให้สังคมเกิดความสับสนไปมากกว่านี้
ท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่าผลตัดสินของศาลจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนสำคัญในการใช้กฎหมายและสิทธิในที่ดินของประเทศไทย ซึ่งเราทุกคนควรให้เกียรติกระบวนการยุติธรรมก่อนที่จะด่วนสรุปจากกระแสดราม่า แล้วคุณล่ะครับ คิดว่าท้ายที่สุดแล้วใครจะได้ครอบครองที่ดินผืนนี้อย่างเต็มรูปแบบ? มาลุ้นและติดตามความคืบหน้าไปพร้อมกันครับ
ที่มา – ปมที่ดินเขากระโดง ให้รอศาลชี้ “ทรงศักดิ์” มอง “เสรีพิศุทธ์” เคลื่อนไหว เรื่องการเมือง



