วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทยกันครับ เมื่อ“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ขึ้นชี้แจงอย่างชัดเจนในรัฐสภา หลังจากถูก ส.ส.ฝ่ายค้านตั้งคำถามถึงคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับ MOU สแกนม่านตาในสมัยเป็นรัฐมนตรีดีอี และเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เรื่องนี้กลายเป็นที่สนใจของประชาชนจำนวนมาก เพราะสะท้อนถึงความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล
“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช.
เมื่อเวลา 18.20 น. วันที่ 10 เมษายน 2567 ที่รัฐสภา นายประเสริฐได้ให้ข้อมูลอย่างละเอียด โดยยืนยันว่าตนเองผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอย่างรอบคอบจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรี จึงไม่มีปัญหาใดๆ ในการดำรงตำแหน่ง นอกจากนี้ยังปัดข้อกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับ MOU สแกนม่านตาที่เชื่อมโยงกับนายเบน สมิธ ผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติจากแก๊งสแกมเมอร์ โดยชี้แจงว่า MOU ดังกล่าวเป็นความร่วมมือทางดิจิทัลเพื่อขยายเศรษฐกิจดิจิทัลเท่านั้น และการสแกนม่านตาเกิดขึ้นหลังลงนาม MOU แล้ว ตนไม่เคยมีส่วนรู้เห็นหรือรับผลประโยชน์ใดๆ
MOU นี้ผ่านการตรวจสอบจากสำนักคณะกรรมการกฤษฎีกา อัยการสูงสุด กระทรวงการต่างประเทศ และฝ่ายกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) อย่างครบถ้วน ไม่มีการผูกมัดให้ราชการเสียหาย ปัจจุบัน MOU ถูกยกเลิกไปแล้ว นายประเสริฐยังย้ำว่าไม่รู้จักกลุ่มบริษัทที่ลงนาม และการเข้าพบ DSI เป็นเพียงในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้ถูกกล่าวหา
ชี้แจงกรณี MOU สแกนม่านตาและ ป.ป.ช. อย่างละเอียด
สำหรับประเด็นที่ ส.ส. รังสิมันต์ โรม จากพรรคประชาชน ลุกขึ้นประท้วง โดยชี้ว่ามีข่าวส่งเรื่อง ป.ป.ช. แล้ว และสงสัยว่าทำไมนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีดีอีคนปัจจุบันถึงยกเลิก MOU และสแกนม่านตาไปพร้อมกัน นายประเสริฐตอบว่า ตนไม่เคยถูก ป.ป.ช. กล่าวหาในชั้นใดๆ และเรื่องที่นายไชยชนกตัดสินใจนั้น ต้องไปถามนายไชยชนกเอง ตนไม่สามารถตอบแทนได้ การชี้แจงนี้ช่วยคลายข้อกังขาได้มาก
- ผ่านการสกรีนคุณสมบัติครบถ้วน: จากหลายหน่วยงานรัฐ
- ไม่เกี่ยวข้องกับสแกนม่านตา: เกิดหลัง MOU และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของข้อตกลง
- MOU ถูกยกเลิกแล้ว: ไม่มีผลผูกพัน
- ไม่รับผลประโยชน์: ไม่รู้จักคู่สัญญา
- สถานะกับ DSI: พยานไม่ใช่ผู้ต้องหา
ประเด็นเหล่านี้แสดงให้เห็นว่ารัฐมนตรีประเสริฐเตรียมข้อมูลมาดี และตอบคำถามอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่โปร่งใส คำถามสำคัญคือ ในระบบการเมืองไทย ป.ป.ช. มีบทบาทอย่างไรในการตรวจสอบผู้ดำรงตำแหน่ง ป.ป.ช. คือคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ที่มีหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินและพฤติกรรมของนักการเมือง หากมีมูลก็จะชี้มูลความผิด แต่ในกรณีนี้ยังไม่มีข้อกล่าวหาชัดเจน
นอกจากนี้ MOU สแกนม่านตายังเชื่อมโยงกับปัญหาสแกมออนไลน์ที่กำลังรุนแรงในไทย การร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อใช้เทคโนโลยีไบโอเมตริกอย่างสแกนม่านตาเพื่อยืนยันตัวตน เป็นแนวทางที่หลายประเทศใช้ป้องกันอาชญากรรม แต่กรณีนี้ถูกตั้งคำถามเพราะคู่กรณีมีประวัติไม่ดี สุดท้ายการยกเลิก MOU ถือเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องเพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
มุมมองต่อเหตุการณ์นี้
“ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช. เป็นการชี้แจงที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์รัฐบาลใหม่ให้ดูมั่นคงยิ่งขึ้น ในยุคที่ประชาชนเรียกร้องความโปร่งใสสูง การตอบคำถามในสภาแบบนี้เป็นสิ่งที่ควรชื่นชม หากฝ่ายค้านมีข้อมูลเพิ่มเติม ก็ควรนำเสนออย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ส่วนรวม
คุณคิดอย่างไรกับการชี้แจงครั้งนี้? มันคลายกังวลได้หรือยัง? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวสารการเมืองอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดประเด็นสำคัญ!
ที่มา – “ประเสริฐ” ยันผ่านการตรวจคุณสมบัติ รมต. อย่างดีแล้ว ไม่เกี่ยวทั้ง MOU และ ป.ป.ช.

