ในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความสับสนและความกังวลใจให้กับสมาชิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์จำนวนมาก โดยเฉพาะข่าวการเลิกสมาคมที่ส่งผลกระทบต่อเงินช่วยเหลืองานศพและครอบครัวผู้เสียชีวิต วันนี้เราจะมาชี้แจงข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกท่านเข้าใจถูกต้อง
ปลัดพม.ยันเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องผ่านการพิจารณาและสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่ก่อนเท่านั้น
นายกันตพงศ์ รังษีสว่าง ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (ปลัด พม.) ได้ออกมาชี้แจงอย่างชัดเจน เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 เกี่ยวกับกระแสข่าวลือในสื่อออนไลน์ที่สร้างความตื่นตระหนก โดยย้ำว่าการเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์นั้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่ายๆ และต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น สมาคมเหล่านี้คือการรวมกลุ่มของชาวบ้านเพื่อช่วยเหลือกันในงานศพ โดยไม่แสวงหากำไร เป็นเหมือนเพื่อนช่วยเพื่อนทำบุญ
ขั้นตอนการจัดตั้งและยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
การขอจดทะเบียนสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ สามารถทำได้ที่หน่วยงานท้องถิ่น เช่น เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หรือสำนักงานเขตในกรุงเทพฯ โดยกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว (สค.) กระทรวง พม. ได้ถ่ายโอนอำนาจนี้ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบ ดังนั้น นายทะเบียนท้องที่จึงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในการพิจารณาและสั่งเลิกสมาคม
ขั้นตอนการเลิกต้องทำดังนี้: นายทะเบียนท้องที่ออกคำสั่งเลิกและปิดประกาศที่สมาคม จากนั้นส่งคำสั่งไปยังนายทะเบียนกลาง (อธิบดี สค.) เพื่อออกประกาศตามคำสั่งนั้น ส่งต่อไปยังสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อลงราชกิจจานุเบกษา เมื่อประกาศแล้ว จึงแจ้งประชาชนและดำเนินชำระบัญชี สิ่งสำคัญคือ นายทะเบียนกลางไม่มีอำนาจสั่งเลิกโดยตรง ต้องมาจากท้องที่ก่อนเท่านั้น
3 เหตุผลหลักที่ทำให้เลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์
ตามพระราชบัญญัติการฌาปนกิจสงเคราะห์ พ.ศ. 2545 กำหนดเหตุผลที่นายทะเบียนท้องที่จะสั่งเลิกได้ 3 ประการ ดังนี้
- ที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิก: หากสมาชิกเห็นชอบในการประชุมใหญ่ ก็สามารถดำเนินการได้
- นายทะเบียนท้องที่สั่งเลิกตามมาตรา 52: เช่น พบการทุจริตหลังสอบสวนแล้วมีหลักฐานชัดเจน หรือสมาคมไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ด้วยเหตุผลอื่นๆ
- ศาลสั่งเลิกตามมาตรา 54: หากนายทะเบียนท้องที่เพิกเฉยต่อการร้องเรียน ผู้มีส่วนได้เสียสามารถฟ้องศาลให้สั่งเลิกได้
ขั้นตอนการชำระบัญชีและคืนเงินให้สมาชิก
เมื่อเลิกสมาคมแล้ว ต้องดำเนินชำระบัญชีทันที คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ต้องรักษาทรัพย์สินไว้จนกว่าจะส่งมอบให้ผู้ชำระบัญชี หลังชำระหนี้เสร็จ หากมีทรัพย์เหลือ ห้ามแบ่งให้สมาชิกเด็ดขาด แต่ต้องโอนให้สมาคมอื่นที่มีวัตถุประสงค์คล้ายกัน หรือนิติบุคคลกุศลสาธารณะตามข้อบังคับหรือมติที่ประชุมใหญ่ หากไม่ระบุ จะตกเป็นของรัฐ
สำหรับเงินสงเคราะห์ล่วงหน้า สมาชิกอาจได้คืนบางส่วน หากยังไม่ถูกใช้จ่าย แต่ถ้าเงินนั้นถูกนำไปจ่ายศพสมาชิกที่เสียชีวิตไปแล้ว จะเรียกคืนไม่ได้ สิ่งนี้ช่วยป้องกันการทุจริตและรักษาความโปร่งใส
ปลัดพม.ยันเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องผ่านการพิจารณาและสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่ก่อนเท่านั้น จึงเป็นข้อมูลสำคัญที่สมาชิกทุกคนควรทราบ เพื่อไม่ตกเป็นเหยื่อข่าวลือ สิ่งที่ควรทำคือตรวจสอบสถานะสมาคมกับนายทะเบียนท้องที่ใกล้บ้าน หากพบปัญหาให้ร้องเรียนทันที ด้วยกระบวนการที่ชัดเจนแบบนี้ ชาวบ้านจะได้รับความคุ้มครองอย่างเต็มที่
ข้อมูลนี้ช่วยคลายกังวลได้บ้างหรือไม่? แนะนำให้สมาชิกทุกท่านติดต่อนายทะเบียนท้องที่เพื่อยืนยันสถานะสมาคมของตน และแชร์บทความนี้ให้ญาติสนิทมิตรสหายที่เป็นสมาชิก เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดในอนาคต
ที่มา – ปลัดพม.ยันเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ต้องผ่านการพิจารณาและสั่งเลิกจากนายทะเบียนท้องที่ก่อนเท่านั้น


