ตำรวจ ปอท. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ “คอกม้า” รวบผู้ต้องหาทั้งชาวไทยและชาวเมียนมา รวม 10 ราย! พบพฤติกรรมสุดแสบ ใช้เพจดังหลอกขายนาฬิกาและยางรถยนต์ แถมยังโยงใยไปถึงการฟอกเงินกว่า 300 ล้านบาท! รายละเอียดจะเป็นอย่างไร ไปติดตามกันครับ
เมื่อวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 13.00 น. ณ ห้องแถลงข่าว กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผบก.ปอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.นิธิ ตรีสุวรรณ รรท.ผกก.2 บก.ปอท. และ พ.ต.ต.ศุภเดช ธนชัยศิริ สว.กก.2 บก.ปอท. ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ ที่เปิด “คอกม้า” เพื่อฟอกเงินและหลอกลวงประชาชนผ่านเพจเฟซบุ๊กที่ขายสินค้าออนไลน์ การจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากการนำกำลังเข้าตรวจค้นเป้าหมายถึง 8 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ, ระยอง, พะเยา และเชียงราย
ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาได้ 10 ราย ประกอบด้วย นายจันทร์ สุขใจ (หัวหน้าคอกม้า), นายไกรเพชร ทองเอก, นายกฤษดา ฝั้นใจ, นายกรวิก กิจสุภา, นายจิรศักดิ์ ยอดมน, นายปราโมทย์ พิณคุณวดี, น.ส.คุณารักษ์ พิณคุณวดี, นายสุรชัย แซ่เหลียว, นายหน่อคำ (ชาวเมียนมา) และนายซาย สมหมาย (ชาวเมียนมา) ทั้งหมดถูกจับกุมในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สมคบฟอกเงิน และร่วมกันเป็นอั้งยี่”
ตำรวจ ปอท.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ “คอกม้า” โยงฟอกเงินกว่า 300 ล้านบาท
พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้มาจากการที่ผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบ “แจ้งความออนไลน์คดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยี” ว่าถูกหลอกซื้อสินค้าจากเพจเฟซบุ๊กชื่อ “ร้านประมูลเพชรนาฬิกา บีแอนด์เจ ไดมอนด์” และ “YCN บริษัท บวรพัฒน์ยางยนต์” แต่หลังจากโอนเงินแล้วกลับไม่ได้รับสินค้า แม้ว่าความเสียหายต่อรายจะไม่สูงนัก แต่จากการสืบสวนพบว่าทั้งสองเพจมีความเชื่อมโยงกันและเป็นเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติกลุ่มเดียวกัน
จากการตรวจสอบ คนร้ายใช้วิธีนำรูปสินค้ามาโพสต์ขายในราคาที่ต่ำกว่าท้องตลาด พร้อมจัดโปรโมชั่นลด แลก แจก แถม เพื่อดึงดูดเหยื่อ นอกจากนี้ยังใช้บริการโฆษณา Meta ads เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้มีผู้ติดตามจำนวนมาก มีการรีวิวสินค้า หรือใช้เพจเก่าที่เคยใช้งานจริง ทำให้ประชาชนหลงเชื่อและโอนเงินซื้อสินค้า แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับการจัดส่งสินค้าจริง
ที่น่าตกใจคือ ภายในปี 2568 เครือข่ายนี้มีการกดถอนเงินสดมากกว่า 300 ล้านบาท และโอนเงินข้ามไปยังประเทศเมียนมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเชื่อมโยงกับคดีฉ้อโกงออนไลน์อื่นๆ อีกกว่า 40 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 5 ล้านบาท ทั้งในรูปแบบหลอกขายสินค้าออนไลน์ หลอกจองที่พัก และหลอกทำงานหารายได้พิเศษ
วิธีการของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ
จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการยักย้ายถ่ายโอนเงินผ่านบัญชีม้าหลายทอด เพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน ก่อนที่จะส่งต่อให้กลุ่มที่ทำหน้าที่กดถอนเงินสดตามตู้ ATM และธนาคารสาขาต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย เจ้าหน้าที่จึงขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด 13 ราย แบ่งเป็นคนไทย 10 ราย สัญชาติเมียนมา 2 ราย และบุคคลไม่มีสัญชาติ 1 ราย
ต่อมา ได้มีการบูรณาการกำลังร่วมกับหลายหน่วยงาน เข้าตรวจค้นเป้าหมาย 8 จุด ใน 4 จังหวัด ได้แก่ กรุงเทพฯ, ระยอง, พะเยา และเชียงราย สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 10 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางมากมาย ทั้งโทรศัพท์มือถือ, อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์, คอมพิวเตอร์, สมุดบัญชี และบัตรอิเล็กทรอนิกส์
พล.ต.ต.ชนันนัทธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบสวน นายหน่อคำ และนายไกรเพชร ยอมรับสารภาพว่า ทำหน้าที่ฟอกเงินและจัดหาบัญชีม้า โดยมีการติดต่อประสานงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติฝั่งเมียนมาผ่านกลุ่มไลน์ มีการแบ่งหน้าที่ชัดเจน ตั้งแต่การเปิดบัญชี รับโอนเงิน ตรวจสอบสลิป ไปจนถึงการถอนเงินสดและส่งเงินกลับข้ามแดน โดยได้รับค่าตอบแทนเป็นเปอร์เซ็นต์ของยอดเงินที่ถอน
ขณะที่ น.ส.คุณารักษ์ และนายปราโมทย์ รับสารภาพว่า ใช้บัญชีธนาคารและบัญชีร้านอาหารในการรับโอนเงิน ก่อนที่จะโอนต่อหรือถอนเงินสดส่งให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว มีการถอนเงินสดรวมกว่า 300 ล้านบาท
การทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติครั้งนี้ เป็นผลมาจากการทำงานอย่างหนักของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย หากท่านไม่อยากตกเป็นเหยื่อ อย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ที่มาในรูปแบบออนไลน์ หมั่นตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจทำธุรกรรมใดๆ นะครับ
ที่มา – ตำรวจ ปอท.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ “คอกม้า” โยงฟอกเงินกว่า 300 ล้านบาท



