กลายเป็นประเด็นร้อนในจังหวัดชลบุรี เมื่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงร่วมมือกันทลายแหล่งซุกซ่อนยาเสพติด โดยเหตุการณ์ ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้ ครั้งนี้ สร้างความตื่นตัวให้กับคนในพื้นที่อย่างมาก เพราะยาเสพติดเป็นภัยสังคมที่ใกล้ตัวกว่าที่คิดครับ
ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้
เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วย พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และคณะทำงาน ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี ขยายผลจับกุมหญิงสาวรายหนึ่งพร้อมของกลางจำนวนมาก
เบื้องหลังคำสารภาพ: ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า ยาเสพติด อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้
จากการสอบสวน น.ส.น้ำผึ้ง อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเองตัดสินใจเข้าสู่เส้นทางสายมืดเพราะต้องการนำเงินที่ได้ไปใช้หนี้สินที่มีอยู่ อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวไม่สามารถนำมาใช้เป็นข้ออ้างในการฝ่าฝืนกฎหมายได้
รายละเอียดการจับกุมและของกลางที่ตรวจยึดได้มีดังนี้:
- ยาบ้า จำนวน 6,020 เม็ด
- ยาไอซ์ น้ำหนักรวมประมาณ 318.09 กรัม
- อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายยาเสพติด
เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการขยายผลจากบ้านพักใน ต.หนองรี ไปจนถึงจุดซุกซ่อนยาใน ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ทำให้สามารถยึดของกลางจำนวนมหาศาลนี้กลับคืนมาได้ ก่อนจะแจ้งข้อหาหนักทั้งจำหน่ายและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1
ในมุมมองของผม แม้ปัญหาหนี้สินจะเป็นเรื่องที่บีบคั้นหัวใจและน่าเห็นใจสำหรับใครหลายคน แต่การเลือกทางออกด้วยการยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดนั้นนอกจากจะทำลายอนาคตของตัวเองแล้ว ยังทำลายครอบครัวและสังคมในวงกว้างอีกด้วย สิ่งที่เกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงว่า ความผิดพลาดเพียงชั่ววูบจากการอยากได้เงินมาใช้หนี้อาจนำไปสู่คุกตารางได้ตลอดชีวิตครับ
ที่มา – ผู้ว่าฯ-ผู้การฯ ชลบุรี ร่วมสอบผู้ต้องหาค้า “ยาเสพติด” อ้างทำเพื่อเอาเงินมาใช้หนี้


