พรรคประชาธิปัตย์ปลุกพลังสตรีสากล เปิดแคมเปญ Hope to Her คืนโอกาสผู้หญิงหลังกำแพง เพื่อให้ผู้หญิงที่เคยพลาดพลั้ง สามารถกลับมายืนหยัดเป็นเสาหลักของครอบครัวและเศรษฐกิจได้อย่างสง่างาม ในโอกาสวันสตรีสากล พรรคแสดงจุดยืนชัดเจนในการไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
วันที่ 8 มีนาคม 2567 นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) นำคณะผู้บริหารชั้นนำอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายกรณ์ จาติกวณิช นางการดี เลียวไพโรจน์ รองหัวหน้าพรรค และคณะอดีตผู้สมัคร สส. ลงพื้นที่ทัณฑสถานหญิงคลองเปรม เปิดโครงการ แคมเปญ Hope to Her: โอกาสใหม่ของผู้หญิง คือพลังใหม่ของสังคม ซึ่งเป็นแคมเปญ Hope to Her ที่ชูโมเดลคืนศักดิ์ศรีให้สตรีหลังพ้นโทษ ด้วยนโยบายเชิงรุกทั้งยกระดับสุขอนามัย พัฒนาทักษะสมอง EF (Executive Function) เพื่อบริหารจัดการชีวิต และผลักดันกฎหมาย “ลบประวัติ สร้างโอกาสใหม่” ทลายกำแพงการปฏิเสธจากสังคม
แคมเปญ Hope to Her
แคมเปญ Hope to Her ของพรรคประชาธิปัตย์ไม่ใช่แค่โครงการช่วยเหลือชั่วคราว แต่เป็นกลไกที่สร้างสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมให้ผู้หญิงทุกมิติ จุดยืนของพรรคคือการเปลี่ยนความเปราะบางของสตรีให้เป็นพลังขับเคลื่อนประเทศ โดยนางรัดเกล้ากล่าวว่า “สังคมที่ยั่งยืนคือสังคมที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” แคมเปญนี้จึงมุ่งเน้นการทำจริง ไม่ใช่แค่สงเคราะห์
นโยบายเด่นในแคมเปญ Hope to Her
- ยกระดับสุขอนามัย: ส่งเสริมสุขภาพกายใจ เพื่อให้พร้อมกลับสู่สังคมและดูแลครอบครัว
- พัฒนาทักษะ EF หรือ Executive Function: ทักษะบริหารสมอง เช่น การวางแผน การควบคุมตัวเอง การแก้ปัญหา และการยับยั้งชั่งใจ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ ช่วยลดโอกาสกลับมาก่ออาชญากรรม
- กฎหมายลบประวัติอาชญากรรม: ผลักดันให้ผู้พ้นโทษลบประวัติได้ง่ายขึ้น เพื่อสมัครงานและได้รับการยอมรับจากสังคม ไม่ถูกตีตราตลอดชีวิต
กิจกรรมครั้งนี้ยังสร้างปรากฏการณ์บนโลกออนไลน์ ด้วยแคมเปญ “Thanks My Demo Woman: ขอบคุณที่มีเธอ” เชิญชวนประชาชนส่งต่อพลังบวก ขอบคุณผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจผ่านเพจเฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับกระแสตอบรับล้นหลาม โดยเฉพาะนางสาวชนนิกานต์ สุพิทยาพร (กานต์) นางสาวไทยประจำปี 2566 หรือ Miss Thailand 2023 ที่เข้าร่วมแสดงพลังด้วย ผู้บริหารและ สส. พรรคต่างร่วมใจปลุกพลังสตรีสากล






แคมเปญ Hope to Her มีความสำคัญเพราะในประเทศไทยมีผู้ต้องขังหญิงกว่า 10,000 คน (ข้อมูลกรมราชทัณฑ์) หลายคนเป็นหัวหน้าครอบครัว เมื่อพ้นโทษกลับมาก็เผชิญการเลือกปฏิบัติ ทำให้ยากต่อการฟื้นฟูชีวิต โครงการนี้จึงตอบโจทย์ตรงจุด ช่วยพัฒนาทักษะที่จำเป็น เช่น EF ซึ่งเป็นทักษะสมองส่วนหน้า ช่วยให้คิดก่อนทำ ควบคุมอารมณ์ และวางแผนอนาคต ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมเมื่อสตรีเหล่านี้กลับมาทำงานได้
นอกจากนี้ แคมเปญยังเชื่อมโยงกับวันสตรีสากลที่เน้นความเท่าเทียม พรรคประชาธิปัตย์แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มสตรี ไม่ว่าจะบทบาทใด
ในความเห็นของเรา แคมเปญ Hope to Her เป็นตัวอย่างที่ดีของการเมืองที่ใส่ใจประชาชนจริงจัง ไม่ใช่แค่สัญญาแต่ลงมือทำ มันจะช่วยลดปัญหาสังคม ลดค่าใช้จ่ายเรือนจำ และสร้างครอบครัวที่เข้มแข็ง ลองคิดดูสิ ถ้าผู้หญิงทุกคนมีโอกาสใหม่ สังคมไทยจะก้าวหน้าขนาดไหน
เชิญชวนทุกท่าน: ร่วมส่งต่อพลังบวก ขอบคุณผู้หญิงที่เป็นแรงบันดาลใจในชีวิตคุณ ผ่านแคมเปญ “Thanks My Demo Woman” บนเฟซบุ๊กพรรคประชาธิปัตย์ หรือแชร์บทความนี้เพื่อกระจายโอกาสใหม่ให้สตรีที่ต้องการ!
ที่มา – พรรคประชาธิปัตย์ปลุกพลังสตรีสากล เปิดแคมเปญ “Hope to Her” คืนโอกาสผู้หญิงหลังกำแพง







