พรีเมียร์ลีกผ่อนปรนกฎการดึงผม แต่คุมเข้มการเข้าปะทะ
แฟนบอลชาวไทยคงผ่านตากันมาบ้างกับดราม่าใบแดงจากการดึงผมในฤดูกาล 2025-26 ที่ผ่านมา ซึ่งสร้างความกังวลใจให้กับทั้งกุนซือและแฟนบอลอย่างมาก แต่ล่าสุดมีข่าวดีสำหรับวงการฟุตบอลแดนผู้ดี เมื่อฝ่ายจัดการแข่งขันพรีเมียร์ลีกผ่อนปรนกฎการดึงผมให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้นในการพิจารณาของกรรมการสำหรับฤดูกาลที่จะถึงนี้
ในฤดูกาลที่ผ่านมา เกมพรีเมียร์ลีกต้องสะดุดจากการที่กรรมการให้ใบแดงโดยตรงผ่านการเช็ค VAR จากจังหวะเกี่ยวผมกัน ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ ไมเคิล คีน, ลิซานโดร มาร์ติเนซ หรือ แดน บัลลาร์ด ซึ่งกลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการตัดสินที่รุนแรงเกินไปหรือไม่ แต่สำหรับฤดูกาล 2026-27 ผู้ตัดสินจะได้รับคำแนะนำใหม่ให้มองถึงเจตนาและความรุนแรงมากขึ้น แทนที่จะตัดสินด้วยใบแดงเป็นหลักเหมือนที่ผ่านมา
เหตุใดพรีเมียร์ลีกผ่อนปรนกฎการดึงผม ถึงเป็นเรื่องสำคัญ?
การปรับเปลี่ยนนโยบายครั้งนี้ไม่ใช่การปล่อยให้ดึงผมได้ตามใจชอบ แต่เป็นการให้ดุลยพินิจแก่กรรมการเพื่อแยกแยะระหว่างการปะทะกันโดยบังเอิญกับการจงใจทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง หากเหตุการณ์ใดไม่มีเจตนาทำร้ายหรือใช้กำลังเกินกว่าเหตุ ก็อาจเปลี่ยนจากการแจกใบแดงเป็นการคาดโทษด้วยใบเหลืองแทน เพื่อรักษาอรรถรสของเกมฟุตบอลไม่ให้ขาดตอนจากการเช็ค VAR มากจนเกินไป
การเน้นย้ำถึงกฎกติกาใหม่ในซีซั่นหน้า
นอกเหนือจากการปรับแนวทางการตัดสินเรื่องการดึงผมแล้ว พรีเมียร์ลีกยังเตรียมเอาจริงกับการทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ โดยเฉพาะจังหวะการดึงตัวหรือการสกัดกั้นในสนามลูกตั้งเตะที่มักจะเกิดความวุ่นวายอยู่บ่อยครั้ง กรรมการจะได้รับกำชับให้สังเกตจังหวะการ ‘หน่วง’ หรือ ‘ดึง’ ที่มีผลต่อการเล่นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะการที่ผู้เล่นมุ่งเน้นแต่จะขวางทางคู่แข่งมากกว่าการเล่นบอล
แม้ว่าการที่พรีเมียร์ลีกผ่อนปรนกฎการดึงผมจะช่วยลดความกดดันของผู้ตัดสินและผู้เล่นในบางจังหวะ แต่การเข้มงวดกับจังหวะฟาวล์ในเขตโทษคือสัญญาณว่าพรีเมียร์ลีกต้องการยกระดับมาตรฐานการเล่นให้แฟร์และโปร่งใสยิ่งขึ้น แฟนบอลอย่างเราต้องมาลุ้นกันว่าในฤดูกาลหน้า ความวุ่นวายในเขตโทษจะลดน้อยลงแค่ไหนและกรรมการจะสามารถควบคุมสถานการณ์ได้แม่นยำขึ้นเพียงใด
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ


