พล.อ.รังษี ชี้กัมพูชายั่วยุไทยขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาเปิดด่าน หลังเศรษฐกิจกัมพูชาพังยับเยิน น้ำมันลิตรละ 250 บาท สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชากลับมาร้อนระอุอีกครั้ง เมื่อทหารกัมพูชาเข้ามายั่วยุหน้าแนวรั้วลวดหนามที่พื้นที่ซำแต จังหวัดศรีสะเกษ บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกสาเหตุและคำแนะนำจาก พล.อ.รังษี ที่จะช่วยให้เข้าใจสถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
พล.อ.รังษี ชี้กัมพูชายั่วยุไทยขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาเปิดด่าน แฉเศรษฐกิจกัมพูชาพัง น้ำมันลิตรละ 250 บาท
วันที่ 9 มีนาคม 2567 พลเอกรังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ และอดีตที่ปรึกษากองทัพภาคที่ 1 ได้ให้สัมภาษณ์กับทีมข่าวไทยรัฐทีวี โดยชี้แจงถึงพฤติกรรมของทหารกัมพูชาที่เข้ามายั่วยุทหารไทยในพื้นที่ชายแดนศรีสะเกษบ่อยครั้งขึ้นเรื่อยๆ พล.อ.รังษี วิเคราะห์ว่า นี่คือกลยุทธ์ของกัมพูชาที่พยายามสร้างความวุ่นวายเพื่อบีบให้ไทยยอมนั่งโต๊ะเจรจาและเปิดด่านชายแดน ซึ่งถูกปิดมาตั้งแต่ปีที่แล้ว
สาเหตุหลักจากวิกฤตเศรษฐกิจกัมพูชา
พล.อ.รังษี เผยว่ากัมพูชากำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจถดถอยหนัก หลังจากไทยปิดด่านชายแดน ทำให้การค้าชายแดนหยุดชะงัก ยิ่งซ้ำเติมด้วยความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิหร่านที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูง ล่าสุดข้อมูลระบุว่าราคาน้ำมันในกัมพูชาสูงถึง ลิตรละ 250 บาท ซึ่งแพงกว่าประเทศใกล้เคียงมาก ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเศรษฐกิจทั้งประเทศ กัมพูชาจึงต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้ไทยเปิดด่าน โดยใช้วิธีปลุกปั่นและยั่วยุเพื่อก่อให้เกิดเหตุปะทะ นำไปสู่การเจรจา
- ปิดด่านชายแดนตั้งแต่ปีที่แล้ว ส่งผลค้าขายหยุดชะงัก
- ราคาน้ำมันพุ่งสูงจากวิกฤตโลก ลิตรละ 250 บาท
- การยั่วยุทหารไทยเพื่อสร้างความวุ่นวาย บังคับเจรจา
- เศรษฐกิจกัมพูชาพังเละ จากการพึ่งพาการค้าข้ามแดนกับไทย
คำแนะนำเด็ดขาดจาก พล.อ.รังษี ต่อกองทัพไทย
พล.อ.รังษี มั่นใจว่ากองทัพไทยมีการเตรียมพร้อมอย่างดี หากจำเป็นต้องตอบโต้ แนะนำให้รุกเข้าไปในพื้นที่กัมพูชา และขู่ถล่มบ่อนคาสิโนที่เป็นแหล่งรายได้หลักของกัมพูชา หากมีการยิงบุกรุกประชาชนไทย โดยย้ำว่าการรบครั้งนี้ต้องเด็ดขาด ไม่ยืดเยื้อ เพื่อไม่ให้เสียเปรียบ นอกจากนี้ ยังพูดถึงโครงการสร้างกำแพงชายแดนที่เงียบไปชั่วคราว เพราะรัฐบาลพรรคภูมิใจไทยยังไม่ตั้งอย่างเป็นทางการ คาดว่าหากตั้งแล้ว จะเร่งสร้างกำแพงและยกเลิก MOU 43-44 ตามที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคเคยให้คำมั่น
สถานการณ์ชายแดนไทยกัมพูชาในพื้นที่ศรีสะเกษและใกล้เคียง เช่น โค้งน้ำไทร สุรินทร์ มักเป็นจุดร้อนเสมอมา โดยเฉพาะประเด็นด่านชายแดนที่ไทยใช้เป็นเครื่องมือกดดันกัมพูชาในอดีต ปัจจุบัน การค้าชายแดนมีมูลค่ามหาศาล น้ำมัน ผลไม้ และสินค้าอุปโภคบริโภคไหลเวียนข้ามแดนวันละหลายร้อยล้านบาท การปิดด่านจึงเป็นอาวุธที่มีประสิทธิภาพต่อเศรษฐกิจกัมพูชา ซึ่งพึ่งพาไทยสูงถึง 30-40% ของ GDP จากภาคการค้า
นอกจากนี้ พล.อ.รังษี ยังเตือนว่าการยั่วยุแบบนี้อาจนำไปสู่การปะทะรอบที่ 3 หากเกิดขึ้น ไทยควรใช้โอกาสนี้กำหนดเขตแดนให้ชัดเจน และปกป้องสิทธิประชาชนชายแดนที่อยู่อาศัยมานานหลายชั่วอายุคน สิ่งสำคัญคือความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติในการหนุนหลังกองทัพ
ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าไทยมีจุดแข็งในการใช้เศรษฐกิจเป็นเครื่องมือ外交 แต่ต้องระวังไม่ให้ถูกยั่วยุจนเสียการควบคุม ไทยต้องเข้มแข็ง ปกป้องอธิปไตย! คุณคิดอย่างไรกับคำชี้แจงของ พล.อ.รังษี ชี้กัมพูชายั่วยุไทยขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาเปิดด่าน ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อติดตามข่าวชายแดนไทยกัมพูชาอัปเดตล่าสุด
ที่มา – พล.อ.รังษี ชี้กัมพูชายั่วยุไทยขอเข้าสู่โต๊ะเจรจาเปิดด่าน แฉเศรษฐกิจกัมพูชาพัง น้ำมันลิตรละ 250 บาท

