พอแล้วกับการเงียบ: Naz ประณามการเหยียดเชื้อชาติ – นี่คือคำประกาศที่ทรงพลังจากนักฟุตบอลหญิงของท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์ Jess Naz ที่ออกมาเผชิญหน้ากับปัญหาการเหยียดเชื้อชาติที่เกิดขึ้นในโซเชียลมีเดีย หลังจากที่เธอได้รับข้อความร้ายแรงใน DM หลังเกมที่ทีมของเธอชนะจุดโทษเหนือแอสตัน วิลล่า ใน Women’s League Cup
พอแล้วกับการเงียบ: Naz ประณามการเหยียดเชื้อชาติ ผ่านโพสต์อินสตาแกรม
Jess Naz นักเตะวัย 24 ปี ผู้เล่นในตำแหน่งฟอร์เวิร์ดของท็อตแนม โพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมของเธอว่า “ฉันตั้งใจจะรอหลังจบเกมค่อยพูด แต่พอแล้วกับการเงียบ ฉันถูกเหยียดเชื้อชาติใน DM ของฉัน” เธอเน้นย้ำว่า “การเหยียดเชื้อชาติในรูปแบบใดก็ตามไม่สามารถยอมรับได้ และเราต้องจัดการกับพฤติกรรมนี้ให้เด็ดขาดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ”
การออกมาเปิดเผยเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อย โดยเฉพาะในวงการกีฬาที่ควรเป็นพื้นที่แห่งความเท่าเทียม Naz ซึ่งย้ายจากอาร์เซนอลมาร่วมทีมท็อตแนมในปี 2018 ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของการต่อสู้เพื่อสิทธิ์ของนักกีฬาหญิง โดยเฉพาะกลุ่มชน少数ที่ต้องเผชิญอคติทางเชื้อชาติ
การตอบสนองจากสโมสรท็อตแนมต่อเหตุการณ์พอแล้วกับการเงียบ Naz ประณามการเหยียดเชื้อชาติ
สโมสรท็อตแนมออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยแสดงความรังเกียจต่อการเหยียดเชื้อชาติที่ Jess Naz ได้รับ “สโมสรรู้สึกขยะแขยงกับการเหยียดเชื้อชาติที่ Jessica Naz ได้รับผ่านโซเชียลมีเดีย Jess ได้ออกมาพูดต่อต้านพฤติกรรมที่น่ารังเกียจนี้ และเรายืนเคียงข้างเธอในการเรียกร้องให้หยุดยั้งการกระทำที่ยอมรับไม่ได้และขี้ขลาดนี้”
สโมสรยืนยันว่าจะทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียเพื่อระบุตัวผู้กระทำผิด และดำเนินการอย่างเข้มข้นที่สุด “ไม่มีที่ว่างสำหรับการเหยียดเชื้อชาติในกีฬาของเรา หรือในสังคมใด ๆ เรายืนเคียงข้าง Jess” แถลงการณ์ระบุ นอกจากนี้ Naz ยังเป็นผู้เล่นตัวหลักที่ลงตัวจริงในทุกนัดของ Women’s Super League และ Women’s League Cup ฤดูกาลนี้ และมีประสบการณ์ติดทีมชาติอังกฤษ 6 นัด
บริบทของปัญหาการเหยียดเชื้อชาติในฟุตบอลหญิง
ปัญหาการเหยียดเชื้อชาติในกีฬาไม่ใช่เรื่องใหม่ โดยเฉพาะในวงการฟุตบอลที่โซเชียลมีเดียกลายเป็นช่องทางสำหรับการโจมตีแบบนามธรรม ผู้เล่นผิวสีหรือเชื้อสายต่าง ๆ มักตกเป็นเป้าหมาย โดยเฉพาะหลังจากเกมสำคัญ เหตุการณ์ของ Naz นี้ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นในการสร้างระบบป้องกันที่ดีขึ้น เช่น การรายงานและติดตาม DM ที่ร้ายแรงมากขึ้น
- การเพิ่มมาตรการตรวจสอบโซเชียลมีเดียสำหรับนักกีฬา
- การอบรมเจ้าหน้าที่เพื่อรับมือกับการเหยียดเชื้อชาติ
- การรณรงค์ให้แฟนบอลตระหนักถึงผลกระทบของคำพูดร้ายแรง
ในปีที่ผ่านมา มีกรณีคล้ายกันเกิดขึ้นกับนักเตะหญิงหลายคน ซึ่งทำให้เกิดกระแสเรียกร้องให้สหพันธ์ฟุตบอลและสโมสรลงมือจริงจังมากขึ้น Naz เองก็เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลง โดยการออกมาพูดเปิดเผยช่วยจุดประกายให้คนอื่นกล้าที่จะไม่เงียบอีก
ความสำคัญของการต่อสู้กับการเหยียดเชื้อชาติในกีฬา
พอแล้วกับการเงียบ Naz ประณามการเหยียดเชื้อชาติ ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศส่วนตัว แต่ยังเป็นการเรียกร้องให้สังคมกีฬาเปลี่ยนแปลง การเหยียดเชื้อชาติทำลายความหลากหลายที่ควรเป็นจุดแข็งของฟุตบอลหญิง ซึ่งกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก ในอังกฤษ Women’s Super League มีผู้เล่นจากหลากหลายเชื้อชาติ และกรณีเช่นนี้จะช่วยเสริมสร้างวัฒนธรรมแห่งความเคารพ
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การจัดการปัญหานี้ต้องเริ่มจากระดับรากหญ้า เช่น การศึกษาในโรงเรียนฟุตบอล และการลงโทษที่เด็ดขาดต่อผู้กระทำผิด นอกจากนี้ สโมสรอย่างท็อตแนมสามารถเป็นแบบอย่างโดยการสนับสนุนนักเตะในการเปิดเผยเรื่องราวเหล่านี้
ในฐานะแฟนฟุตบอล เราควรส่งเสริมการเล่นที่ยุติธรรมและเคารพซึ่งกันและกัน หากคุณเคยเห็นหรือได้รับการเหยียดเชื้อชาติในกีฬา อย่าลังเลที่จะรายงานและสนับสนุนผู้ที่ได้รับผลกระทบ สุดท้ายแล้ว ฟุตบอลควรเป็นเกมที่รวมใจ ไม่ใช่แยกแยะ
ขอให้ Jess Naz และนักเตะคนอื่น ๆ ที่กล้าพูด มีความเข้มแข็งในการต่อสู้ต่อไป และหวังว่าการกระทำของเธอจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงในวงการ
ที่มา – ‘I’m done being quiet’ – Naz condemns racist abuse


