“พิพัฒน์” ปิดช่องแก้สัญญา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ไม่เห็นด้วยสร้างไปจ่ายไป
โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) หรือที่รู้จักกันในชื่อไฮสปีดเทรน เป็นหนึ่งในโครงการโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศไทยที่คาดหวังจะยกระดับการคมนาคมและเศรษฐกิจ แต่กลับเผชิญความล่าช้ามาหลายปี ล่าสุด นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาแสดงจุดยืนชัดเจนในประเด็นการแก้ไขสัญญา โดยยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับแนวคิด “สร้างไปจ่ายไป” ซึ่งเป็นข้อเสนอจากเอกชนผู้รับสัมปทาน
“พิพัฒน์” ปิดช่องแก้สัญญา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ไม่เห็นด้วยสร้างไปจ่ายไป
นายพิพัฒน์ กล่าวถึงสถานการณ์ของโครงการไฮสปีด 3 สนามบินว่า โครงการนี้ล่าช้ามากกว่า 6 ปีนับตั้งแต่เปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอ ปัญหาหลักอยู่ที่การเจรจาแก้ไขสัญญาใหม่ ซึ่งรัฐบาลชุดก่อนได้เริ่มไว้แต่ยังไม่บรรลุผล ในส่วนของนโยบายที่ตนมีคือ ยึดหลักสัญญาเดิมที่กำหนดให้เอกชนก่อสร้างให้เสร็จก่อน แล้วรัฐจึงจ่ายเงินสนับสนุนภายหลัง แต่เอกชนในกลุ่มบริษัทเอเชีย เอรา วัน จำกัด (กลุ่มซีพี) เสนอปรับเป็น “สร้างไปจ่ายไป” หรือจ่ายเป็นงวดๆ เหมือนโครงการทั่วไป ซึ่งนายพิพัฒน์มองว่า ขัดกับหลักการเดิมและอาจไม่ผ่านการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.)
“การขอปรับสัญญาแบบนี้ ถ้าผมยอมก็คงรับผิดชอบไม่ไหว และมันขัดกฎหมายเพราะสัญญาเดิมชัดเจนอยู่แล้ว” นายพิพัฒน์กล่าวอย่างหนักแน่น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน
แนวทางการแก้ไขปัญหาโครงการไฮสปีด 3 สนามบิน
เพื่อหาทางออก นายพิพัฒน์วางแผนนัดหารือกับเอกชนผู้รับสัมปทาน การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC ในเร็วๆ นี้ โดยจะพิจารณาแนวทางที่เป็นไปได้ หากถึงทางตันก็พร้อมหารือต่อ หากโครงการนี้ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ก็ยังมีทางเลือกอื่น เช่น การขยายเส้นทางรถไฟทางคู่ของรฟท. ที่เชื่อมถึงแหลมฉบัง สามารถต่อยอดไปยังสนามบินอู่ตะเภา และเพิ่มขบวนรถเพื่อรองรับผู้โดยสารได้ โดยไม่กระทบการให้บริการปัจจุบัน
นายพิพัฒน์ย้ำว่า การหารือนี้ไม่ใช่การเปิดช่องให้ยกเลิกสัญญา เพราะหากเลิกสัญญาเอกชนอาจฟ้องร้อง ซึ่งตนไม่ต้องการรับผิดชอบ แต่เป็นการเจรจาเพื่อยึดเงื่อนไขเดิม แม้รัฐบาลชุดนี้มีเวลาทำงานเพียง 4 เดือน แต่จะเร่งแก้ปัญหาและหาทางออกร่วมกัน โครงการไฮสปีด 3 สนามบินมีความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการบิน หากล่าช้าต่อไป อาจส่งผลกระทบต่อการลงทุนและการแข่งขันระดับภูมิภาค
จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ การยึดหลักสัญญาเดิมช่วยรักษาความโปร่งใสและลดความเสี่ยงทางการเงินของรัฐ ในขณะที่เอกชนก็ต้องรับผิดชอบตามที่เสนอไว้ตั้งแต่แรก นอกจากนี้ โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาการคมนาคมที่ยั่งยืน เพื่อรองรับการเติบโตของการท่องเที่ยวและธุรกิจ
- ปัญหาหลัก: ความล่าช้าและการเจรจาสัญญา
- จุดยืนของนายพิพัฒน์: ไม่เห็นด้วยสร้างไปจ่ายไป
- ทางออก: หารือร่วมกันภายใน 4 เดือน
- ทางเลือกสำรอง: ขยายรถไฟทางคู่
ในฐานะที่โครงการนี้เป็นหัวใจของการเชื่อมโยงสามสนามบินหลัก สิ่งสำคัญคือต้องเร่งรัดให้เกิดความชัดเจน ผู้สนใจสามารถติดตามพัฒนาการเพิ่มเติมจากข่าวสารนโยบายรัฐ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ หากคุณมีมุมมองเกี่ยวกับโครงการนี้ ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เรายินดีรับฟังเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ที่มา – “พิพัฒน์” ปิดช่องแก้สัญญา “ไฮสปีด 3 สนามบิน” ไม่เห็นด้วยสร้างไปจ่ายไป


