พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก”
จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญกรณีเด็กนักเรียนชั้น ม.3 ก่อเหตุใช้อาวุธปืนกราดยิงภายในโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี สร้างความโศกเศร้าและตื่นตระหนกให้กับสังคมเป็นอย่างมาก หนึ่งในเรื่องราวที่บีบหัวใจที่สุดคือ พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก” ซึ่งสะท้อนถึงความสั่นคลอนของความปลอดภัยในสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี
นายอาร์ม พี่ชายของผู้บาดเจ็บวัย 14 ปี ได้เปิดเผยถึงวินาทีระทึกขณะที่น้องชายโทรศัพท์มาแจ้งเหตุด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความเจ็บปวด โดยน้องชายกล่าวสั้นๆ ว่า “โดนยิงไปแล้ว แค่นี้ก่อน หายใจไม่ออก” ทำให้ทางครอบครัวรีบประสานงานและส่งตัวน้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้าอย่างเร่งด่วน โดยในขณะนั้นผู้เป็นพ่อได้รับสายเป็นคนแรกและได้ยินคำพูดที่น่าเวทนาว่าน้องชายยังคงเข้มแข็งอยู่ ทั้งที่อาการบาดเจ็บรุนแรงมาก
ความคืบหน้าอาการและผลกระทบที่ตามมา
ปัจจุบันน้องชายยังคงอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยมีการผ่าตัดเอาหัวกระสุนออกจากบริเวณอกด้านซ้าย ซึ่งเป็นจุดที่อันตรายเนื่องจากอยู่ใกล้เส้นเลือดใหญ่ แพทย์ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง รวมถึงต้องใช้ปริมาณเลือดในการผ่าตัดจำนวนมาก
- อาการล่าสุด: ยังมีสติและตอบสนองผ่านสายตาได้
- การรักษา: อยู่ระหว่างการติดตามอาการหลังผ่าตัด
- มาตรการครอบครัว: กำลังพิจารณาเรื่องการย้ายโรงเรียนเพื่อความสบายใจ
ครอบครัวยืนยันว่าน้องชายไม่เคยมีปัญหากับใครและเป็นเด็กกิจกรรมที่ตั้งใจเรียน ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้น้องชายต้องเผชิญกับบาดแผลทั้งทางร่างกายและจิตใจ โดยทางครอบครัวยังได้ตั้งคำถามถึงมาตรการความปลอดภัยในโรงเรียนว่าควรมีการยกระดับให้มากกว่าการตรวจค้นสิ่งเสพติดทั่วไป โดยเฉพาะการตรวจสอบกระเป๋านักเรียนก่อนเข้าเรียนอย่างเข้มงวด
เหตุการณ์ พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก” นี้ไม่ใช่เพียงเรื่องราวของครอบครัวเดียว แต่เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่หน่วยงานรัฐและสถานศึกษาต้องเร่งถอดบทเรียนเพื่อไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำอีก ความปลอดภัยของเยาวชนควรเป็นสิ่งที่สังคมต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับการเรียนรู้และเติบโตอย่างแท้จริง
ที่มา – พี่ชายเหยื่อกราดยิง เล่านาทีน้องชายโทรหาพ่อ บอก “ผมโดนยิง หายใจไม่ออก”


