'ภูมิธรรม' ชี้ คำสั่งหยุดยิงไม่ตรงข้อเท็จจริง กองทัพได้รับอำนาจปฏิบัติอย่างอิสระ

“ภูมิธรรม” ชี้ คำสั่งหยุดยิงไม่ตรงข้อเท็จจริง

ปมคำสั่งหยุดยิง “ภูมิธรรม” แจงไม่ตรงข้อเท็จจริง เผยมติ สมช. ให้กองทัพมีอำนาจเต็มตัดสินใจเชิงยุทธวิธีเพื่อป้องกันประเทศตามสถานการณ์โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง ย้ำจุดยืนปกป้องอธิปไตยไทย

วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย อดีตรองนายกรัฐมนตรี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึง “คำสั่งหยุดยิง” ในช่วงระหว่างเหตุการณ์ที่มีการปะทะกันระหว่างกองทัพไทยกับกัมพูชา ทำให้เกิดคำถามคาดเดาไปต่างๆ นานา และสร้างความเข้าใจคลาดเคลื่อนในสังคม ในฐานะผู้เคยปฏิบัติหน้าที่รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลด้านความมั่นคง และประธานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ตนเห็นว่าควรนำข้อเท็จจริงจากช่วงเวลานั้นมาอธิบายให้ประชาชนได้รับทราบอย่างชัดเจนดังนี้

นายภูมิธรรม ระบุว่า หลังจากเกิดเหตุความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชา รัฐบาลในขณะนั้นได้เรียกประชุม สมช. เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2568 ที่ประชุมได้มีการหารืออย่างรอบคอบ และมีมติสำคัญคือ “มอบอำนาจให้กองทัพสามารถตัดสินใจได้ตามหลัก Rules Of Engagement (ROE)” ซึ่งหมายความว่า กองทัพไทยมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเชิงยุทธวิธีเพื่อป้องกันประเทศตามสถานการณ์ในพื้นที่ โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากฝ่ายการเมือง

ประการต่อมา การปฏิบัติการป้องกันประเทศในครั้งนั้นมี 2 ระดับที่ชัดเจน คือ ระดับนโยบาย (รัฐบาล) กำหนดกรอบยุทธศาสตร์และแนวทางทางการเมือง เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และระดับปฏิบัติ (กองทัพ) เป็นผู้ดำเนินการตามหลักยุทธวิธีและ ROE ที่ได้รับมอบอำนาจเต็มจาก สมช. ดังนั้น ความเชื่อที่ว่า “มีคำสั่งหยุดยิงจากฝ่ายการเมือง” ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง เพราะในห้วงเวลานั้นกองทัพได้รับอำนาจในการปฏิบัติอย่างอิสระภายใต้กรอบกฎหมายและกติกาสากล

ตลอดช่วงสถานการณ์ มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง สมช. กระทรวงกลาโหม และกองทัพภาคที่เกี่ยวข้อง โดย สมช. ทำหน้าที่ “กำหนดทิศทางและเป็นศูนย์รวมข้อมูล” ให้รัฐบาลใช้ตัดสินใจในเชิงนโยบาย ในขณะที่หน่วยปฏิบัติได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและเสรีในการปฏิบัติหน้าที่ ผ่านกลไกของกฎอัยการศึกเฉพาะพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับสามารถทำงานได้เต็มศักยภาพ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องผลทางกฎหมายภายหลัง ทั้งนี้ ในกระบวนการขั้นตอนทั้งหมดที่กล่าวในข้างต้น รัฐบาลในขณะนั้นมีหลักการสำคัญ โดยยึดมั่นในสันติวิธีตามหลักสากลและการเคารพอธิปไตยของแต่ละประเทศ แต่จะไม่ยอมให้ใครละเมิดแผ่นดินไทยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว และทุกการตัดสินใจอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและกลไกความมั่นคงของรัฐ

“ที่ผ่านมา ในช่วงที่ผมเป็น รมว.กลาโหม ได้ทำงานประสานกับผู้นำเหล่าทัพต่างๆ อย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีการหารือและรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบคอบ ผมเชื่อมั่นในความเป็นมืออาชีพของผู้นำเหล่าทัพทุกท่าน ทำให้ภารกิจด้านความมั่นคงของประเทศผ่านไปด้วยความราบรื่น และอำนวยประโยชน์ให้ประเทศอย่างสูงสุด โดยยึดหลักความรับผิดชอบ โปร่งใส และคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าทุกการตัดสินใจในช่วงเวลานั้นมีจุดยืนเพียงหนึ่งเดียวคือ ปกป้องอธิปไตยของไทยด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และหลีกเลี่ยงความรุนแรง เพื่อลดความสูญเสียของกำลังพลและพี่น้องประชาชนตามแนวชายแดนให้ได้มากที่สุด”

“ภูมิธรรม” ชี้ คำสั่งหยุดยิงไม่ตรงข้อเท็จจริง

จากกรณีที่นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ออกมาอธิบายถึงประเด็น “คำสั่งหยุดยิง” ที่เกิดขึ้นในช่วงความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา สิ่งที่น่าสนใจคือการเน้นย้ำถึงอำนาจการตัดสินใจของกองทัพที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล โดยมีสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นผู้กำกับดูแลและให้ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในเชิงนโยบาย การอธิบายนี้ช่วยคลายความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น และแสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในการแบ่งแยกอำนาจระหว่างฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหารในช่วงเวลาดังกล่าว

ความสำคัญของการทำความเข้าใจเรื่อง “คำสั่งหยุดยิง”

การที่นายภูมิธรรมออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “คำสั่งหยุดยิง” ถือเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนเกี่ยวกับสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศและการดำเนินการทางทหาร การที่ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนจะช่วยลดความเข้าใจผิดและความสับสนที่อาจเกิดขึ้น และช่วยสร้างความเชื่อมั่นในกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลและกองทัพ

นอกจากนี้ การที่นายภูมิธรรมอดีตรองนายกรัฐมนตรีและผู้ที่มีบทบาทสำคัญในด้านความมั่นคง ได้ออกมาให้ข้อมูลด้วยตนเอง ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความรับผิดชอบของรัฐบาลในการจัดการกับสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศ การที่ข้อมูลถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับประชาชน และส่งเสริมให้เกิดการมีส่วนร่วมในการติดตามและตรวจสอบการดำเนินงานของรัฐบาล

โดยสรุปแล้ว การที่นายภูมิธรรมออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่อง “คำสั่งหยุดยิง” ไม่เพียงแต่ช่วยคลายความเข้าใจผิดและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชนเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องอธิปไตยของไทยและการรักษาความมั่นคงของประเทศ

การที่รัฐบาลในขณะนั้นมอบอำนาจให้กองทัพสามารถตัดสินใจได้ตามสถานการณ์จริง ถือเป็นการตัดสินใจที่รอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และในปัจจุบันการที่เราได้รับทราบข้อมูลเหล่านี้ก็ยิ่งทำให้เรามั่นใจในการทำงานของกองทัพและรัฐบาลที่มุ่งมั่นปกป้องประเทศชาติ

ที่มา – “ภูมิธรรม” ชี้ คำสั่งหยุดยิงไม่ตรงข้อเท็จจริง กองทัพได้รับอำนาจปฏิบัติอย่างอิสระ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: