มติเอกฉันท์บอร์ดสรรหา กสทช. นพ.สรณ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม
ถือเป็นประเด็นร้อนแรงที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับข่าวคราวล่าสุดของ มติเอกฉันท์บอร์ดสรรหา กสทช. “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ซึ่งส่งผลให้สถานะของประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ต้องสั่นคลอนและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในองค์กรอิสระแห่งนี้
ปูมหลังกรณีการตรวจสอบ มติเอกฉันท์บอร์ดสรรหา กสทช. “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม
เหตุการณ์สำคัญนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้ร่วมกันพิจารณาหลักฐานที่ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ อดีตประธานชมรมแพทย์ชนบท ได้นำมายื่นประกอบการพิจารณา โดยสาระสำคัญระบุว่า นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมอไห่” อาจขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่ง เนื่องจากการถือครองสถานะลูกจ้างของรัฐซึ่งขัดต่อกฎหมาย
จากการตรวจสอบพบรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:
- มีการพบหลักฐานการเป็นลูกจ้างชั่วคราวในตำแหน่งแพทย์ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล ในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับตำแหน่งกสทช.
- ปรากฏหลักฐานการเสียภาษีเงินได้ที่ระบุถึงที่มาของรายได้จากการตรวจรักษาในพรีเมียมคลินิก ซึ่งขัดต่อ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ มาตรา 8 (2)
- มีการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสเรื่องการรับตำแหน่งกรรมการอิสระในธนาคารใหญ่ที่อาจขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่แบบเต็มเวลา
การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่การตีความข้อกฎหมายเท่านั้น แต่ยังเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ในการรักษาบรรทัดฐานขององค์กรอิสระให้ปราศจากการทับซ้อนของผลประโยชน์ การที่คณะกรรมการสรรหามี มติเอกฉันท์บอร์ดสรรหา กสทช. “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม ถือเป็นการส่งสัญญาณชัดเจนว่า กสทช. ต้องทำหน้าที่ด้วยความโปร่งใสและตรวจสอบได้ เพื่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะยาว
ในมุมมองของเรา นี่ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่จะทำให้ กสทช. กลับมามุ่งเน้นการดูแลสิทธิของผู้บริโภค ทั้งเรื่องราคาค่าบริการอินเทอร์เน็ตที่ควรเข้าถึงได้ และการจัดการปัญหาการผูกขาดในตลาดโทรคมนาคม ซึ่งประชาชนต่างคาดหวังว่าหลังจากนี้ กสทช. จะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องพะวงกับปัญหาด้านคุณสมบัติส่วนตัวของท่านประธานอีกต่อไป
ที่มา – มติเอกฉันท์บอร์ดสรรหา กสทช. “นพ.สรณ” ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้าม



