มวลน้ำล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมชุมชน 'ตลาดเก่า 100 ปี' ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

มวลน้ำล้นตลิ่ง ท่วมตลาดเก่า 100 ปี ชาวบ้านหนีน้ำ

มวลน้ำล้นตลิ่ง ท่วมตลาดเก่า 100 ปี ชาวบ้านหนีน้ำ กลายเป็นสถานการณ์ที่ชาวบ้านในอำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังระดับน้ำจากแควหนุมานและแควพระปรงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนน้ำเอ่อล้นตลิ่งและไหลเข้าพื้นที่ชุมชนตลาดเก่า หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันในชื่อ “ตลาดเก่า 100 ปี”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 โดยมวลน้ำได้ไหลเข้าพื้นที่เขตเทศบาลตำบลกบินทร์อย่างต่อเนื่อง นอกจากน้ำจะล้นออกจากแนวตลิ่งแล้ว ยังพบว่าน้ำผุดย้อนขึ้นมาจากท่อระบายน้ำในชุมชน ก่อนกระจายเข้าสู่บ้านเรือนและพื้นที่โดยรอบ ทำให้ประชาชนจำนวนมากต้องเร่งจัดการทรัพย์สินเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่อาจรุนแรงขึ้น

มวลน้ำล้นตลิ่ง ท่วมตลาดเก่า 100 ปี ชาวบ้านหนีน้ำ

ชุมชนตลาดเก่า 100 ปี เป็นพื้นที่ที่มีบ้านเรือน ร้านค้า และสิ่งปลูกสร้างอยู่ใกล้แนวแม่น้ำ เมื่อระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประชาชนจึงต้องขนย้ายสิ่งของจำเป็นออกจากบริเวณที่เสี่ยงถูกน้ำท่วม โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสารสำคัญ สินค้าในร้าน และอุปกรณ์ทำมาหากิน ซึ่งล้วนเป็นทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหายได้ง่ายหากสัมผัสน้ำเป็นเวลานาน

ชาวบ้านบางส่วนช่วยกันยกของขึ้นชั้นสอง บนโต๊ะ หรือพื้นที่สูงภายในบ้าน ขณะที่บางครอบครัวเลือกนำสิ่งของไปฝากไว้กับญาติหรือสถานที่ที่ปลอดภัยกว่า การเตรียมตัวอย่างรวดเร็วมีความสำคัญ เพราะน้ำยังคงไหลเข้าพื้นที่อย่างต่อเนื่อง และระดับน้ำอาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

มวลน้ำล้นตลิ่ง ท่วมตลาดเก่า 100 ปี ชาวบ้านหนีน้ำอย่างเร่งด่วน

ข้อมูลจากพื้นที่ระบุว่า ระดับน้ำแม่น้ำปราจีนบุรีบริเวณจุดวัดหน้าสถานีอุตุนิยมวิทยากบินทร์บุรี เมื่อเวลา 18.00 น. วัดได้ 9.31 เมตร และยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ตัวเลขดังกล่าวทำให้หน่วยงานในพื้นที่ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและบ้านเรือนที่ตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำ

การที่มีน้ำผุดขึ้นจากท่อระบายน้ำยังสะท้อนให้เห็นว่าน้ำในระบบมีระดับสูงมาก จนเกิดแรงดันย้อนกลับเข้าสู่ชุมชน ประชาชนจึงไม่ควรประเมินสถานการณ์จากระดับน้ำหน้าบ้านเพียงอย่างเดียว แต่ควรติดตามประกาศจากเทศบาล เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ

เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือประชาชนและขนย้ายสิ่งของ

เจ้าหน้าที่ทหารจากกองพลทหารราบที่ 2 รักษาพระองค์ ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลกบินทร์ เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยภารกิจสำคัญคือการยกและเคลื่อนย้ายสิ่งของออกจากพื้นที่เสี่ยง รวมถึงตรวจสอบจุดที่มีน้ำไหลเข้าบ้านเรือนและร้านค้า

การเข้าช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่ช่วยลดภาระของชาวบ้าน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ผู้ป่วย ผู้ที่อยู่ลำพัง และครอบครัวที่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของขนาดใหญ่ได้ด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่จะยังคงติดตามระดับน้ำและประเมินพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ทันทีหากสถานการณ์เปลี่ยนแปลง

  • ติดตามระดับน้ำ: ตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานท้องถิ่นและประกาศเตือนภัยอย่างต่อเนื่อง
  • ย้ายของขึ้นที่สูง: นำเครื่องใช้ไฟฟ้า เอกสาร ยารักษาโรค และของมีค่าออกจากจุดเสี่ยง
  • เตรียมเส้นทางปลอดภัย: วางแผนเส้นทางออกจากบ้านและจุดนัดพบของสมาชิกในครอบครัว
  • ดูแลระบบไฟฟ้า: หากน้ำเริ่มเข้าบ้าน ควรปิดกระแสไฟฟ้าและหลีกเลี่ยงการสัมผัสปลั๊กหรือสายไฟที่เปียกน้ำ
  • ช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง: ให้ความสำคัญกับเด็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วย และสัตว์เลี้ยงเป็นลำดับแรก

สิ่งที่ชาวบ้านควรเตรียมพร้อมเมื่อน้ำเพิ่มสูง

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำ ควรเตรียมถุงยังชีพให้เพียงพออย่างน้อยในช่วงแรก ภายในถุงควรมีน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย แบตเตอรี่สำรอง โทรศัพท์มือถือ พาวเวอร์แบงก์ เอกสารสำคัญที่ใส่ถุงกันน้ำ และเสื้อผ้าที่จำเป็น การเตรียมของเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าจะช่วยลดความสับสนเมื่อจำเป็นต้องออกจากบ้านอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้ควรยกถังแก๊ส สารเคมี และของที่อาจลอยไปกีดขวางทางน้ำไว้ในจุดปลอดภัย หากมีรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ควรเคลื่อนย้ายไปจอดบนพื้นที่สูงก่อนน้ำเข้าถึง และไม่ควรขับรถฝ่ากระแสน้ำ หากไม่ทราบความลึกหรือสภาพถนน เพราะอาจเกิดอันตรายจากหลุม บ่อ กระแสน้ำแรง หรือสิ่งกีดขวางที่มองไม่เห็น

ผู้ที่ต้องเดินทางออกจากพื้นที่ควรแจ้งสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนบ้านให้ทราบ และเก็บหมายเลขโทรศัพท์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไว้ในโทรศัพท์ รวมถึงเขียนไว้ในจุดที่หยิบดูได้ง่าย การสื่อสารที่ชัดเจนจะช่วยให้การขอความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในช่วงที่สัญญาณโทรศัพท์หรือการเดินทางอาจไม่สะดวก

เฝ้าระวังพื้นที่ริมน้ำอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์มวลน้ำในพื้นที่อำเภอกบินทร์บุรียังต้องติดตามแบบชั่วโมงต่อชั่วโมง เนื่องจากระดับน้ำจากแควหนุมานและแควพระปรงยังเพิ่มขึ้น และอาจส่งผลต่อพื้นที่ชุมชนที่อยู่ท้ายน้ำ การเฝ้าระวังจึงไม่ใช่หน้าที่ของเจ้าหน้าที่เพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการสังเกตความผิดปกติ แจ้งข้อมูล และช่วยเตือนคนในชุมชน

หากพบว่าน้ำเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว น้ำไหลแรง หรือมีน้ำไหลเข้าบ้านมากขึ้น ควรรีบแจ้งเทศบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ไม่ควรรอให้ระดับน้ำสูงจนไม่สามารถเดินทางออกได้ การเตรียมพร้อมตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยลดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้มากกว่าการแก้ปัญหาในนาทีสุดท้าย

เหตุการณ์ มวลน้ำล้นตลิ่ง ท่วมตลาดเก่า 100 ปี ชาวบ้านหนีน้ำ เป็นสัญญาณสำคัญให้ทุกครัวเรือนในพื้นที่ริมน้ำเพิ่มความระมัดระวัง แม้ระดับน้ำจะยังไม่เข้าถึงบ้านทุกหลัง แต่การเตรียมย้ายของและวางแผนอพยพไว้ก่อนย่อมปลอดภัยกว่า ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิด และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เพื่อผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ในมุมมองของผู้เขียน การช่วยกันเฝ้าระวังและแบ่งปันข้อมูลที่ถูกต้องในชุมชนเป็นสิ่งสำคัญไม่แพ้การขนย้ายสิ่งของ หากทุกบ้านเตรียมพร้อมและช่วยเหลือกันอย่างเป็นระบบ ก็จะสามารถลดผลกระทบจากน้ำท่วมและดูแลผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – มวลน้ำล้นตลิ่ง ไหลเข้าท่วมชุมชน “ตลาดเก่า 100 ปี” ชาวบ้านเร่งขนของหนีน้ำ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: